ผู้เขียน หัวข้อ: wartscaring แนะนำรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ การรักษา ยารักษาหายได้ เชื่อคำแนะนำแพทย์  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12-07-2018 , 15:41:27
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 45346
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

wartscaring เสนอแนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ ป้องกัน ยารักษาหายได้ ดูแลตนเองให้ดี
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดหูด โรคหูดหงอนไก่ ลดความเสี่ยง รักษาหายทันท่วงที, ยารักษาหูดหงอนไก่ โรคนี้ส่วนใหญ่มาจากเพศสัมพันธ์
หูดหงอนไก่จัดหมวดหมู่เป็นระยะ 4 ระยะดังนี้
1.ระยะฟักเชื้อ(HPV) ระยะนี้จะเป็นตอนที่ได้รับเชื้อมาใหม่ๆแต่ยังไม่ออกอาการเป็นติ่งให้เห็น จะไม่อาจจะทราบได้ว่าจะเป็นหูดหงอนไก่รึเปล่า หูดหงอนไก่สามารถฟักเชื้อได้นานถึง 6 เดือน ก็เลยแนะนำถ้าหากคนใดสงสัยว่าอยู่ในภาวะเสี่ยงควรจะไปตรวจที่ รพ.
2.ระยะเริ่มต้นเริ่ม จะเริ่มมีตุ่มเล็กๆผุดขึ้นมาบริเวณอวัยวะเพศอีกทั้ง โคน ปลาย แล้วก็รอบรูทวาร เม็ดหูดช่วงแรกจะเล็กมากมายคล้ายผื่นแต่จะไม่มีหนอง หรือคัน หรือแสบใดๆก็ตาม ตอนอาทิตย์แรกถ้าเกิดคนใดกันแน่สังเกตุว่าเป็น จะสามารถรักษาด้วยครีมกระตุ้นภูมิต้านทานต่อต้านเชื้อชื่อ aldara cream (จะลงข้อมูลตัวยาด้านล่างครับ)
3.ระยะขยายตัว ช่วงนี้จะอยู่ที่ 3 สัปดาห์ ขึ้นไปจนกระทั่งขั้นเป็นมาแล้วหลายเดือน เม็ดหูดจะเริ่มขึ้นเป็นติ่งแจ่มกระจ่างกระทั่งขนาดเท่าหรือใหญ่กว่าหัวไม้ขีดไฟ หรือหัวเข็มหมุด การดูแลและรักษาจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์ผลัดผิวหูดให้ยุ่ยรวมทั้งค่อยๆหลุดออก และก็เมื่อหูดเริ่มลอกก็ควรจะทายาฆ่าเชื้อโรคพร้อมกันไปด้วยเพื่อปกป้องการเกิดซ้ำ อาจจะไม่ 100% แม้กระนั้นลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกลับมาเป็นซ้ำได้มากนะครับ (ยารักษาก็จะเป็น wart control )
4.ระยะขยาย ตอนนี้คือหูดจะขยายตัวสุดกำลังเหตุเพราะปลดปล่อยไว้นานมากแล้วก็ปลายหูดจะแตกเป็นราวกับดอกกระหล่ำ แลละกินรอบๆรอบของลับ ในผู้ชายอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความเสี่ยงในการที่หูดไปขัดปลายท่อเยี่ยวขอรับ การดูแลและรักษาจะเป็นการจักจี้กระแสไฟฟ้า หรือผ่าตัดเล็กนั่นเองครับผม
เบื่องต้นเลยถ้าเกิดใครกันแน่ต้องการรักษาโดยการจี้กระแสไฟฟ้า จี้ไนโตรเจนเหลว หรือการผ่าตัดในกรณีที่เป็นมากแล้วลุกลามไปทั่วแต่ว่าไม่เคยทราบเกี่ยวกับสถานที่การดูแลรักษา การเข้าไปติดต่อที่ รพ.ต่างๆรวมถึงการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสวัสดิการต่างๆที่ท่านมีอยู่ ลองโทรมาปรึกษาผมได้ขอรับ ยินดีให้คำแนะนำ รพ.ใกล้บ้านท่านโดยยิ่งไปกว่านั้น กทม เพื่อการเข้ารับการดูแลและรักษาที่สบายที่สุดครับผม
ถุงยาง ช่วยได้แน่ หากใช้ถูกวิธี
อย่างไรก็ตาม ถุงยางอนามัยยังช่วยคุ้มครองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี แค่เพียงจำเป็นต้องใช้ให้ถูกทาง
ควรจะเลือกขนาดของถุงยางให้เหมาะกับขนาดของอวัยวะสืบพันธุ์ของคุณสุภาพบุรุษ หากไม่แน่ใจว่าจำต้องใช้แค่ไหน ให้ลองซื้อมาให้หลายๆขนาด แล้วพินิจความแน่นสำหรับเพื่อการสวม
ไม่ควรสวมถุงยางเกิน 2 ชิ้นต่อการใช้ 1 ครั้ง เพราะอาจส่งผลให้ถุงยางอนามัยเสียดสีกันจนขาดได้ง่าย
ควรใช้ถุงยางอนามัย 1 ครั้งต่อ 1 ชิ้น ให้เสร็จให้ทิ้งเลย ห้ามเก็บมาใช้ต่อ
สามารถใช้สารหล่อลื่นทาเคลือบภายนอกถุงยางอนามัย เพื่อการใส่เป็นไปได้โดยง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ควรเลือกใช้ประเภทเจล ไม่ควรเลือกใช้แบบเป็นน้ำมัน เนื่องจากบางทีอาจททำให้ถุงยางชำรุดทรุดโทรม หรือฉีกจนขาดได้
ควรรูดอากาศออกจากกระเปาะของถุงยางให้หมดก่อนสวม เพราะว่าอากาศข้างในถุงยางอาจจะเป็นผลให้ถุงยางแตก หรือขาดได้ง่ายเพิ่มขึ้น
หลังทำกิจกรรมเสร็จเป็นระเบียบ ข้างชายควรจะถอนอวัยวะเพศออกมาก่อนที่ของลับจะอ่อนตัว คุ้มครองป้องกันถุงยางอนามัยหลุดเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง
กามโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
อาการทางผิวหนังอะไรบ้างที่เข้าเกณฑ์ต้องสงสัย ว่ามีสาเหตุมาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ หาคำตอบได้ที่นี่ค่ะ
1.หูดหงอนไก่
ติ่งเนื้องอกของผิวหนัง ที่เกิดขึ้นจาก Human PApilloma Virus ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมจำพวก
ไม่เพียงแต่กำเนิดเหมาะของลับ ยังกำเนิดเหมาะรอบๆลิ้น ในคอ
2. หนองใน
โรคหนองในมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โกโนเรีย
อาการในผู้ชายเป็นมีหนองออกมาจากปลายอวัยวะสืบพันธุ์
ส่วนในหญิงจะมีตกขาวขุ่น ปากมดลูกอักเสบ
3. เริมที่ของลับ
อาการจะเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำ แตกออกเป็นแผลแสบ
4. แผลที่ของลับจาก ซิฟิลิส
แผลที่ของลับจะเกิดขึ้นในสามสัปดาห์หลังติดเชื้อ
5. ผมตกจากโรคซิฟิลิส
มีสาเหตุมาจากซิฟิลิสระยะที่สองคือภายในสองเดือนแรกข้างหลังติดโรค
ลักษณะผมร่วงเป็นหย่อมเหมือนมอดเล็ม
6. ผื่นที่มือจากโรคซิฟิลิส
เจอในโรคซิฟิลิส ระยะลำดับที่สองเช่นกัน
โดยจะเป็นผื่นสีทองแดงมีสะเก็ด ที่มือเท้า
7.หูดข้าวสวย
เป็นตุ่มขาวขุ่นมีรอยบุ๋มตรงกลางคล้ายสะดือ
8.โรคแผลริมอ่อน
ข้างหลังมีการเสี่ยง ไม่เกินสองสัปดาห์
จะกำเนิดตุ่ม แตกเป็นแผลตูดแผลเปรอะเปื้อน
9.ฝีมะม่วง
มีเหตุที่เกิดจากการตำหนิดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กำเนิดเป็นฝีที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ
10 หูดที่ลิ้น
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถกำเนิดอาการที่ช่องปากได้ในกรณีติดต่อจากวิธีการทำ oral sex
โรคอะไรบ้างสามารถติดต่อได้ทางเพศ
-โรคเอดส์ ทำให้ภูมิคุ้มกันขาดตกบกพร่องติดเชื้อชุบมือเปิบ
-โรคหนองใน ผลกระทบเช่นติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ต่อมลูกหมากอักเสบ ติดโรคกระจัดกระจายทั่วร่างกายเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เยื่อห่อหัวใจอักเสบได้
-โรคหนองในเทียม เกิดการติดโรคที่อุ้งเชิงกราน ต่อมลูกหมากอักเสบ ตามมาได้
-โรคซิฟิลิส เกิดแผลที่ของลับ หากมิได้รับการดูแลและรักษาระยะสุดท้ายกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดโรคที่ศีรษะจิตใจ ระบบประสาทได้
-แผลริมอ่อน กำเนิดเป็นแผล ก้อนหนอง แผล ท่อฉี่ตีบได้ เพื่อมองรูป
-โรคฝีมะม่วง กำเนิดเป็นแผลติดเชื้อ แผ่ขยายมีหนองหนองอาจแตกออกเป็นท่อ ระบายหนองออกสู่ด้านนอก
-เริม เป็นแผลที่อวัยวะสืบพันธุ์เป็นๆหายๆไม่มีการรักษาที่หายขาด
-พยาธิช่องคลอด มีตกขาวแตกต่างจากปกติ ท่อฉี่อักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ อุ้งเชิงกรานอักเสบ
-ติดโรคแบคทีเรียในช่องคลอด ตกขาวมีสีและกลิ่นไม่ดีเหมือนปกติ
-โลน เป็นตุ่มคันจากตัวโลนบริเวณอวัยวะเพศ
-หูดหงอนไก่ กำเนิดเป็นก้อนหูดซึ่งหลังการดูแลรักษายังสามารถกลายเป็นได้บ่อยมาก เพิ่มช่องทางการเกิดมะเร็งทวารหนัก โรคมะเร็งปากมดลูก
-หูดข้าวสุก เกิดเม็ดก้อนหูดข้าวสวยรอบๆผิวหนังที่ติดเชื้อโรค สามารถแพร่ระบาดในตนเองได้โดยการเกา
 
 วิธีเบื้องต้น สำหรับการรักษาหูดด้วยตัวเอง สามารถทำได้เองที่บ้าน (เป็นวิธีการที่ยังไม่ได้รับการรับรอง)

  • การกระตุ้นแอนติบอดี ด้วยการใช้ก้อนน้ำแข็งเช็ดบริเวณที่เป็นหูดจนกระทั่งรู้สึกชา ต่อจากนั้นให้ใช้เข็มทำลายเชื้อจิ้มลงไปในหูดลึกๆหลายๆครั้ง ซึ่งแนวทางลักษณะนี้จะเป็นการนำเชื้อไวรัสเข้าสู่กระแสโลหิตเพื่อร่างกายบากบั่นต่อสู้กับมัน ทำให้หูดหายไปได้ในที่สุด วิธีแบบนี้การนี้บางทีอาจได้ประสิทธิภาพที่ดีมากมายสำหรับบางคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีหูดไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากการจิ้มหูดเพียง 1 ตุ่มบนร่างกายจะช่วยให้ร่างกายพบหูดตุ่มอื่นๆและตรงเข้าไปทำลายได้ในทันที
  • ทาวิตามินซี ให้ใช้วิตามินซี 1 เม็ดนำมาบดแล้วหยดน้ำลงไปเพื่อได้เป็นยาป้ายข้นๆแล้วให้ป้ายยาลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งไว้ในกลางวัน แล้วก็เมื่อถึงในกลางคืนให้แกะออกเพื่อผิวได้หายใจ
  • แอสไพริน ให้ใช้ยาแอสไพริน 2-3 เม็ดนำมาบดอย่างระมัดระวัง หยดน้ำลงไปเล็กน้อย แล้วนำยาที่ได้มาป้ายลงบนหูด ต่อจากนั้นให้นำปลาสเตอร์ประเภทติดแน่นมาปิดทับทิ้งเอาไว้ 1 คืน (ในยาแอสไพรินจะมีกรดซาลิไซลิกที่ช่วยกัดหูดได้)
  • เบตาดีน ให้ทาเบตาดีนลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งไว้เป็นเวลา 1-2 วัน แล้วต่อจากนั้นแล้วก็ค่อยเปลี่ยนแปลงปลาสเตอร์ยา
  • ยาสีฟัน ให้ป้ายยาสีฟันลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ยาชนิดติดแน่น ทิ้งเอาไว้ราว 1 คืน โดยให้ทำใหม่ไปเรื่อยๆจนตราบเท่าหูดหายไป
  • น้ำมันวิตามินอี ให้ฉีกแคปซูลวิตามินอีแล้วเช็ดน้ำมันลงบนหูดเพียงเล็กน้อย แล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ในช่วงเช้า รวมทั้งแกะออกในกลางคืนเพื่อผิวได้หายใจ
  • น้ำมันละหุ่ง ให้ทาน้ำมันละหุ่งลงบนหูดโดยใช้สำลีก้านวันละ 2 ครั้ง ซึ่งกรดในน้ำมันละหุ่งจะสามารถกัดเซาะหูดได้ และก็ใช้ได้ผลในทางที่ดีกับหูดที่มีขนาดเล็กแบนบนใบหน้าหรือหลังมือ
    หนทรีออยล์ ให้ทาหนทรีออยล์ลงบนหูดในปริมาณบางส่วน แล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ โดยให้ทำขั้นต่ำตรงเวลา 3 อาทิตย์
  • น้ำมะนาว ให้บีบน้ำมะนาวลงบนหูด แล้วนำหอมใหญ่สดสับมาวางทับไว้ ให้ทำแบบนี้ราว 30 นาที วันละ 1 ครั้ง ติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์
  • เปลือกของพืชเชื้อสายส้ม ให้ปอกเปลือกมะนาวหรือเลมอนบางๆจนได้ขนาดใหญ่กว่าหูดเล็กน้อย แล้วปิดทับลงบนหูดโดยใช้ปลาสเตอร์จำพวกติดแน่นหรือเทปกาวแปะไว้อีกที แล้วให้แปลงเปลือกใหม่ทุกวัน หลังจากนั้นราวๆ 1 สัปดาห์ หูดก็จะหลุดออกมา
    ห่วงใยรอคอยต ให้นำห่วงใยรอคอยตมาหั่นเป็นชิ้นๆขูดห่วงใยรอคอยตจนได้เนื้อละเอียด แล้วเติมน้ำมันมะกอกลงไปพอให้เป็นยาป้าย แล้วต่อจากนั้นเอามาทาลงบนหูด 2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 30 นาที โดยให้ทำเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 อาทิตย์
  • มะเดื่อ ให้นำมะเดื่อมาบดแล้วป้ายลงบนหูดทิ้งไว้โดยประมาณ 30 นาที โดยให้ทำเช่นนี้แต่ละวัน เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์
  • ใบโหระพา ให้ใช้ใบโหระพาสดนำมาบดแล้วปิดทับลงบนหูด โดยใช้เทปปิดแผลจำพวกกันน้ำพันเอาไว้ ให้ทำแบบนี้ทุกๆวันเป็นเวลา 1 อาทิตย์ แล้วสารทำลายเชื้อไวรัสในใบโหระพาจะช่วยฆ่าหูดให้ท่านเอง
  • เปลือกกล้วย ให้ใช้ด้านในของเปลือกกล้วยเช็ดบริเวณที่เป็นหูดเป็นประจำ เพราะว่าโพแทสเซียมในกล้วยอาจช่วยให้หูดหายได้เร็วยิ่งขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งบางทีอาจนำเปลือกกล้วยมาตัดให้มีขนาดเล็กกว่าเทป เอาข้างในของเปลือกกล้วยปิดทับลงบนหูด แล้วจึงนำเทปผ้ามาปิด ปล่อยทิ้งไว้ตรงเวลา 24 ชั่วโมง โดยให้ทำแบบนี้ทุกเมื่อเชื่อวันจวบจนกระทั่งหูดจะหายไป
  • เบกกิ้งโซดา ให้ผสมผงฟูหรือเบกกิ้งโซดารวมทั้งน้ำมันละหุ่งเข้าด้วยกันกระทั่งเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้นำมาทาลงบนหูดในเวลากลางคืนโดยใช้ปลาสเตอร์ยาปิดเอาไว้ แล้วจึงแกะปลาสเตอร์ออกในรุ่งเช้าวันถัดไป วิธีแบบนี้สามารถทำอีกครั้งได้เรื่อยๆตามสมควร
  • แอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ (Apple Cider Vinegar – ACV) ให้ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล แล้วนำสำลีก้อนขนาดพอให้ปิดหูดได้จุ่มลงไปในน้ำส้มสายชู ต่อจากนั้นให้ปิดด้วยปลาสเตอร์ยาทิ้งไว้ 1 คืน โปรดจดจำไว้ว่า แนวทางลักษณะนี้อาจส่งผลให้รู้สึกแสบได้ จะต้องเปลี่ยนสำลีแต่ละวัน แล้วก็แปะไว้ทุกคืน หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์เม็ดหูดจะเริ่มหลุดลอกออก
  • จุ่มหูดลงไปในน้ำสับปะรด เนื่องจากว่าในน้ำสับปะรดจะมีเอนไซม์ที่ช่วยละลายหูดได้
  • น้ำเลี้ยงจากต้นแดนดิไลออน (Dandelion) ให้เลือกต้นดินแดนดิไลออนสดๆมาหนึ่งต้น หักก้านออกเป็น 2 ท่อนแล้วใช้น้ำเลี้ยงสีขาวขุ่นที่ไหลซึมออกมาจากก้านทาลงบนหูด โดยให้ทำแบบนี้วันละ 3-4 ครั้ง จากนั้นให้ใช้หินภูเขาไฟมาขูดเพื่อเอาชั้นผิวที่ตายแล้วออก โดยให้ทำอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งหูดหายไป
  • น้ำร้อน เป็นแนวทางพื้นฐานโดยการจุ่มบริเวณที่เป็นหูดลงในน้ำที่ร้อนมากๆซึ่งความร้อนจะมีผลให้หูดนุ่มขึ้นแล้วก็อาจช่วยทำลายเชื้อเชื้อไวรัสได้ แต่ว่าต้องระวังอย่าให้น้ำร้อนเกินจนกระทั่งลวกเท้า (ชี้แนะว่าอุณหภูมิของน้ำควรจะต่ำลงมากยิ่งกว่า 60 องศาเซลเซียส)
  • น้ำร้อนและก็หินภูเขาไฟ ให้แช่หูดลงในน้ำร้อนกระทั่งหูดเริ่มนุ่ม แล้วก็ใช้หินภูเขาไฟหยาบสำหรับผลัดเซลล์ผิวขัดบริเวณหูดจวบจนกระทั่งพบชั้นผิวจริง จุ่มสำลีก้านลงในน้ำยาฟอกแล้วนำมาแตะบนหัวหูดราว 15 นาที (อาจแสบบ้างเล็กน้อย) เสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
  • น้ำร้อนรวมทั้งเกลือทะเล ให้แช่บริเวณที่เป็นหูดลงในน้ำเกลืออุ่นๆตรงเวลา 10-15 นาที เพื่อให้หูดนุ่มขึ้น หลังจากนั้นให้ขูดเอาชั้นผิวที่ตายแล้วบนหูดออกไปโดยใช้ตะไบเล็บหรือหินภูเขาไฟ ก็เลยนำเกลือทะเลเม็ดใหญ่มาถู ติดปลาสเตอร์ยาหรือเทปทับลงไปเพื่อให้เม็ดเกลือยังอยู่กับที่ แล้วก็รอแปลงปลาสเตอร์ยาใหม่ภายหลังจากอาบน้ำ เสร็จแล้วให้ล้างมือให้สะอาดเพื่อปกป้องการแพร่ไปของเชื้อหูด
  • รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เช่น กระเทียม มัน เมล็ดทานตะวัน ขนมปังโฮลเกรน ข้าว อื่นๆอีกมากมาย
  • รับประทานกระเทียมประเภทแคปซูล โดยให้รับประทานวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ แล้วหูดจะเริ่มหลุดออกในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แต่ให้ทานถัดไปอย่างสม่ำเสมอจนกว่าหูดจะหายหมด และให้นำน้ำมันกระเทียมมาทาทับรอบๆที่เป็นหูดโดยประมาณ 1-2 ครั้งต่อวัน ตรงเวลา 1 เดือน


 
ส่วนผู้ที่ต้องการจะสั่งยาไปใช้พื้นฐานผมจะแนะนำและก็อธิบายรายละเอียดตัวยาที่เหมาะสมขอรับ เพราะว่าลักษณะของหูดแต่ละคนเป็นไม่เหมือนกัน บางคนเป็นแบบแบนราบ แบบเส้นแหลมๆยื่นออกมา และเป็นแบบติ่งเนื้อกระจ่างแจ้ง และยังมีกรณีเพศหญิง เพศชาย ภายนอกและภายใน นี้เองที่เป็นเหตุต่างๆที่จำต้องเลือกใช้ยาให้ถูกต้องแหละสมควรเพื่อการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดรวมทั้งสำเร็จครับผม มาเริ่มกันตัวขอรับ
1. ยา aldara ยาจำพวกนี้เป็นยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ผิวหนังบริเวณที่ซึมซับยาสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อหูดเหมาะสมกับผู้ที่เป็นระยะแรกๆและสังเกตุเห็นไว หูดยังเป็นเพียงแต่เม็ดคล้ายผื่นช่วงเวลาโดยประมาณ 1-2 อาทิตย์ สามารถใช้ยา aldara เพียงตัวเดียวแต้มวันเว้นวันได้เลยครับผม ยังพอเพียงทำให้หูดแห้งลงได้เนื่องด้วยมีขนาดเล็ก โดยธรรมดาจะใช้ประมาณ3-4 ซองขอรับ ทาสม่ำเสมอวันเว้นวัน
 (ยาตัวนี้หาใครกันแน่เป็นอยู่ระยะนี้รวมทั้งหาซื้อมิได้สามารถติดต่อสั่งมาได้นะครับ ยินดีจัดส่งให้โดยไม่คิดค่าจัดส่งครับผม คิดเฉพาะค่ายา ซองละ 220 บาทแค่นั้นนะครับ )
2 ยา Podo ยาตัวนี้เป็นยามาตรฐานที่ใช้รักษาหูดหงอนไก่กันแพร่หลาย อีกทั้งคลีนิค และ โรงพยาบาลต่างๆเหมาะกับหูดที่เริ่มจะขยายตัวเป็นติ่งกระจ่างแจ้ง ระยะมากยิ่งกว่า 1 เดือนขึ้นไป ควรจะใช้ podo แต้มเพื่อหูดเปื่อยและก็หลุดออกโดยด่วน และทันเวลาก่อนที่จะขยายเพิ่มจำนวนเกินกว่าจะรักษาโดยใช้ยาแต้มหูได้ ส่วนมากจะเปื่อยยุ่ยรวมทั้งหลุดข้างใน 3 ครั้งและก็เมื่อหลุดหมดก็จะสามารถทา aldara ต่อได้เพื่อกันไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำ แต่ว่าถ้าเกิดเวลานี้จะใช้ aldara รักษาบางคนจำเป็นต้องใช้กันเป็นกล่อง มากยิ่งกว่า 10 ซองกว่าหูดจะเริ่มเปื่อยยุ่ย และยา aldara ไม่สมควรใช้สม่ำเสมอเป็นเวลานานกว่า 16 อาทิตย์อ้างอิงตามการใช้ เนื่องจากมีสารดูดซึมควรจะใช้แต่พอสมควรตามความเหมาะสม
 (ปกติผมจะคนที่เป็นระยะนี้จะมีจำนวนหลายชิ้นผมจะชี้แนะให้ใช้อย่างละ 1 ตัว คู่กัน โดยใช้ podo 1 ขวด และก็ aldara เพียง 1 ซองเท่านั้น อยากจะให้สั่งไปเท่าที่จำเป็นจริงๆหากยาหมดค่อยติดต่อสั่งมาเพิ่มเป็นครั้งๆไปครับ เนื่องจากผมไร้ค่าจัดส่งก็เลยไม่จำเป็นต้องสั่งไปกักตุนไว้ครับผม)

3. Wart no more เดี๋ยวนี้เป็น wart control ยาจำพวกนี้้นับว่าเป็นยารักษาหูดหงอนไก่ที่ดีเยี่ยมที่สุดในปัจจุบัน ครับ
ยาตัวนี้เป็นยารักษาหูดที่ได้ผลรวมทั้งควบคุมผู้กระทำระจายเชื้อได้ดิบได้ดีมากมายเนื่องมาจากเป็นยาศูนย์รวมข้อดีของอีกทั้ง 2 ตัวแรกไว้ด้วยกัน และก็เป็นยาตัวเดียวที่มีตัวยาควบคุมเชื้อไวรัส HPV ได้ทำให้โอกาสกลับมาเป็นซ้ำแทบจะเป็นศูนย์นอกจะเมื่อหายแล้วไปติดเชื้อมาโดยตรงจากคนที่มีเชื้อครับเป็นยาที่ได้รับการยินยอมรับและก็แพร่หลายในอเมริกา แล้วก็กำลังมีแพร่หลายใน โรงพยาบาลเอกชน แต่ว่าโดยรวมทุกจังหวัดยังนับว่าน้อยด้วยเหตุว่าตัวยาที่แพงสูง ไม่สามารถที่จะเข้าถึงผู้ที่มีงบจำกัด ( ยาผมจะสั่งไว้จำนวนนึงสำหรับเพียงพอที่จะจัดส่งได้ในแต่ละเดือนครับ ยาขวดละ 1600.- หากผู้ใดกันแน่สนใจสั่งก็ลองสอบถามผมก่อนนะครับเพราะว่าผมนำเข้ามาครั้งละไม่มากมายช่วงสิ้นเดือนบางครั้งอาจจะไม่มีของโดยทั่วไปผมจะจัดส่งหมดตั้งแต่ช่วงเวลากลางเดือนแรกนะครับ แต่ว่าแม้คนไหนกันแน่มีบัตรเครดิต สามารถสั่งซื้อได้จาก amazon จะมีขายปลีกเป็นขวดๆครับผม ผมจะแนบลิงค์แบบอย่างไว้ให้ขอรับ
 
ผลข้างเคียงของโรคหูดหงอนไก่

  • เว้นแต่รูปแบบของรอยโรคที่ไม่น่าดูแล้ว สำหรับเพื่อการติดโรคเชื้อไวรัสสายพันธุ์ร้ายแรง ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18 ยังอาจจะก่อให้กำเนิดโรคมะเร็งในระบบสืบพันธุ์รวมทั้งโรคมะเร็งทวารหนักได้ด้วย ส่วนผลกระทบอื่นๆก็ขึ้นกับตำแหน่งของรอยโรค อย่างเช่น อาจมีเลือดออกข้างหลังมีเซ็กส์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการมีหูดข้างในปากมดลูก
  • ในหญิงท้อง หูดหงอนไก่บางทีอาจโตขึ้นจนกระทั่งขัดขวางคลอดจนทำให้เด็กคลอดออกมาทุกข์ยากลำบาก หรือเชื้อบางทีอาจเข้าไปในปากหรือคอของเด็กในขณะคลอด ส่งผลให้เกิดหูดในกล่องเสียงซึ่งมีอาการนาๆประการ ตั้งแต่เสียงแหบไปจนถึงมีการอุดกั้นของกล่องเสียง ทำให้เด็กออกเสียงหรือหายใจไม่ได้
  • ในกลุ่มชายรักชายจะพบหูดหงอนไก่รอบทวารหนักหรือในทวารหนักได้มากกว่าคนทั่วๆไป ซึ่งการดูแลรักษาในตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นจะทำได้ยากมาก เพราะว่าไม่ว่าจะใช้ยาหรือใช้วิธีการผ่าตัด หูดหงอนไก่ก็ชอบเกิดซ้ำได้หลายครั้ง การได้รับการดูแลรักษาบ่อยครั้งก็เลยอาจก่อให้เกิดทวารหนักตีบและมีปัญหาสำหรับเพื่อการถ่ายตามมาได้ ส่วนก้อนที่อยู่ลึกเข้าไปในทวารหนักบางทีอาจโตมากจนทำให้คนเจ็บมีลักษณะอาการท้องผูก ในบางครั้งอาจมีเลือดออกหรือบิดขั้วจนถึงจะต้องผ่าตัดฉุกเฉินหรือต้องดมยาสลบ นอกเหนือจากนั้นยังพบได้บ่อยการตำหนิดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 ร่วมด้วยอยู่เป็นประจำซึ่งจะชมรมกับการเกิดมะเร็งทวารหนักได้
  • กำเนิดหูดหงอนไก่ที่ดินเดินหายใจ (Recurrent Respiratory Papillomatosis – RRP) คือ ตั้งแต่โพรงจมูกลงไปจนถึงถุงลมในปอด พบมากได้มากที่สุดที่กล่องเสียง ทำให้คนเจ็บมีลักษณะเสียงแหบหรือเกิดการอุดกั้นฟุตบาทหายใจจนเสียชีวิตได้ ในเด็กมักมีเหตุที่เกิดจากการตำหนิดเชื้อจากแม่ในระหว่างการคลอดตามที่กล่าวมา ส่วนในคนแก่พบมากว่าเป็นผลมาจากการร่วมเพศทางช่องปาก ภาวการณ์นี้จะเป็นภาวะที่เจอได้ไม่บ่อย (เจอได้ราว 1-4 ต่อมวลชน 100,000 คน) แต่ว่าถ้าหากกำเนิดแล้วจะสร้างความเจ็บปวดต่อคนป่วยอย่างมาก
  • ทั้งประเด็นการรักษาที่เรื้อรังและค่าครองชีพที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาล เพราะเหตุว่าในผู้ใหญ่มักจะลงเอยด้วยการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของก้อนหูดเพื่อช่วยเรื่องทางเท้าหายใจ ซึ่งการผ่าตัดอย่างนี้จะทำเป็นยากมากตั้งแต่วิธีการสูดดมยาสลบ ที่ผู้ป่วยอาจขาดอากาศหายใจได้เป็นบางช่วง นอกเหนือจากนั้นตามธรรมชาติแล้วรอยโรคก็ชอบกระจายไปทั่ว จึงทำให้ไม่สามารถที่จะกำจัดออกหมดได้ข้างในครั้งเดียว และอาจต้องได้รับการผ่าตัดมากกว่า 5 ครั้งในชีวิต ส่วนในเด็กมักจะต้องได้รับการผ่าตัดโดยเฉลี่ย 4.4 ครั้งต่อปี รวมแล้วประมาณ 19.7 ครั้งในช่วงชีวิต ก็เลยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดผลข้างเคียงตามมาเป็นรอยแผล เป็นผลทำให้หลอดลมตีบและก็หายใจได้ทุกข์ยากลำบากในระยะยาว
ต้องการสั่งซื้อยา ปรึกษาแนะนำบอกต่อ เบอร์ 092-9899456 คุณนิธิพล
#หูดหงอนไก่ #ขายยารักษาหูด #หมอเสนอแนะ #แพทย์ช่วยได้ #ส่วนตัว

Tags :  โรคหูดหงอนไก่
 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.023 วินาที กับ 19 คำสั่ง

กระเป๋า
ข่าวดารา
ข่าวบันเทิง
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี
  บรรยายธรรมอิสลาม
บรรยายศาสนธรรม