ผู้เขียน หัวข้อ: มาอ่านเรื่องการศึกษาเกี่ยวกับพริกไทย  (อ่าน 16 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

19-05-2017 , 15:05:50
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 126
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพริกไทย

  • พบว่าการทานพริกไทยจะเพิ่มการหลั่งน้ำย่อยของระบบทางเดินอาหารและเพิ่มการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้
  • มีฤทธิ์ในการลดไข้ กระจายความเย็นที่กระทบร่างกายทำให้เกิดไข้
  • ฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิ และเชื้อแบคทีเรีย
  • ฤทธิ์ในการลดไขมันในเลือด


กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ลดภาวะท้องเดิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดไขมัน มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ลดการอักเสบ ขับลม ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ กดระบบประสาทส่วนกลางระงับอาการชัก ยับยั้งการกระจายของเซลล์มะเร็ง ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ต้านเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เเละยับยั้งเอนไซม์ acetylcholine esterase กำจัดยุง แมลงวัน ศัตรูพืช
การค้นหาทางคลินิก  :    ยาสมุนไพรที่มีขมิ้นและพริกไทยเป็นส่วนประกอบ มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิตัวจี๊ด
การศึกษาทางพิษวิทยา
ไพเพอรีนเป็นสารอัลคาลอยด์ให้กลิ่นฉุนและรสชาติเผ็ดร้อน ที่สกัดจากผลของพริกไทยดำ  การศึกษาผลของไพเพอรีนที่มีต่อโครโมโซมหนูแรทขาวเพศผู้พันธุ์วิสตาร์ (Wistar rat) หนูแรทเพศผู้พันธุ์วิสตาร์ได้รับไพเพอรีนขนาด 100, 400 และ 800มก.ต่อน้ำหนักตัว1 กิโลกรัม หลังจากนั้น 24 ชั่วโมง ฆ่าหนูและเก็บเซลล์ไขกระดูกจากกระดูกต้นขา เพื่อนำมาทำการวิเคราะห์โครโมโซมผลของการวิจัยพบว่าไพเพอรีนในขนาดที่หนูได้รับไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครโมโซม เเละเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมอย่างไรก็ตามไพเพอรีนในขนาดที่หนูได้รับ มีผลทำให้ค่า Mitotic index ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติซึ่งบ่งชี้ว่าไพเพอรีนอาจมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์ไขกระดูกเมื่อได้รับในปริมาณสูง
นอกจากนี้ยังได้ทำการวิจัยผลของไพเพอรีนที่มีต่อ cyclophosphamide (CP) และ mitomycin C (MC) ที่ชักนำให้เกิดความเสียหายต่อโครโมโซมในหนูแรทขาวเพศผู้พันธุ์วิสตาร์ โดยหนูแรทเพศผู้พันธุ์วิสตาร์ได้รับสารไพเพอรีนขนาด 100, 400 และ 800 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนที่จะได้รับ CP หรือ MC ในขนาด 50หรือ 5 มิมิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตามลำดับ หลังจากได้รับ CP หรือ MC ไปแล้ว 24 ชั่วโมง ฆ่าหนูและนำเซลล์ไขกระดูกมาวิเคราะห์โครโมโซม จากการวิจัยพบว่าไพเพอรีนขนาด 100 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม อาจยับยั้งความเสียหายของโครโมโซมที่เกิดจากการชักนำของ CP สำหรับความเสียหายที่เกิดจากการชักนำของ MC พบว่าไพเพอรีนขนาด 800 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1กิโลกรัมสามารถยับยั้งความเสียหายของโครโมโซมได้ โดยสรุป ไพเพอรีนทุกขนาดที่ให้ไม่มีผลทำให้โครโมโซมเสียหาย นอกจากนี้ไพเพอรีนในขนาด 100 และ800 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สามารถลดความเสียหายของโครโมโซมที่เกิดจากการชักนำของ CP และ MCตามลำดับ
ควรระวังการใช้พริกไทยในขนาดสูง เพราะมีรายงานความเป็นพิษต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย เมื่อให้ในขนาดสูงและติดต่อกันหลายวัน
           พิษเฉียบพลัน สารสกัดเอทานอลและสารสกัดน้ำ เมื่อให้ทางปากในหนูถีบจักร มีค่า LD50 เท่ากับ 12.66 และ 424.38 ก./กก. นน.ตัว (คำนวณจาก นน.ผงยา) ตามลำดับ
           พิษกึ่งเรื้อรัง พริกไทยและพิเพอรีน เมื่อป้อนให้หนูขนาด 5-20 เท่า ของขนาดที่ให้ในคน พบว่าไม่มีผลต่อการเจริญเติบโต น้ำหนักอวัยวะ และเคมีของเลือด
ข้อแนะนำ  /  ข้อควรระวัง 
เนื่องจากใน พริกไทยดำ ก็มีสารสารอัลคาลอยด์ ไพเพอร์ริน เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ก็จะถูกทำปฏิกิริยา เปลี่ยนเป็นสารก่อมะเร็งได้  จึงเห็นได้ชัดว่า พริกไทย ไม่ได้มีคุณสมบัติอย่างเดียว แต่ก็มีโทษด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้ใช้ในปริมาณ ที่พอเหมาะ อีกทั้งผู้ที่ป่วยเป็นโรคตา และโรคริดสีดวงทวาร ไม่ควรรับประทานพริกไทยดำ เพราะจะทำให้อาการ กำเริบขึ้นได้ ทำให้ตาลาย เวียนศีรษะ เกิดฝีหนองเนื่องจากพริกไทยมีคุณสมบัติร้อนและแห้ง เเละถ้ากินมากทำให้ม้าม กระเพาะอาหาร ปอดถูกทำลาย เเละคนที่กินพริกไทยมากและบ่อยเกินไป ทำให้ตาอักเสบได้ง่าย ทำให้คอบวมอักเสบเจ็บคอบ่อย เป็นแผลในปากและฟันอักเสบเป็นหนอง

Tags : กวาวเครือขาว,กวาวเครือแดง,ว่านชักมดลูก
 

กระเป๋า หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.054 วินาที กับ 18 คำสั่ง