แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 22
1
ใช้บริการ รถรับจ้างขนของ ที่ไหนดี? เพราะในปัจจุบันนี้มีทีมงาน รับจ้างขนของ เป็นจำนวนมาก บางครั้งเราอาจจะมีความรู้สึกว่า รถรับจ้าง จะต้องใหม่ ราคาถูก มีคนยกสินค้าให้ นั่นเป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่อาจจะถูกไม่ 100 % เพราะว่าในการให้บริการของรถขนของ ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง หรือ รถหกล้อรับจ้าง หรือไม่ว่าจะเป็น รถสิบล้อรับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถรับจ้างย้ายบ้าน

รถทุกชนิดที่เข้ามาให้บริการนั้น ย่อมมีสมรรถนะที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจจะสภาพดีหน่อย ซึ่งเป็นรถใหม่ที่พึ่งออกมาให้บริการ บางคันก็อาจมีสภาพที่ผ่านการใช้งานมานานหลาย 10 ปีแล้วซึ่ง แน่นอนว่า รถที่สภาพผ่านการใช้งานมาหลายปี ราคาย่อมที่จะถูกกว่าแน่นอน เพราะว่า

1. ผู้ประกอบการให้บริการมาคุ้มค่ากับค่ารถที่ซื้อไป
2. ค่าเสื่อมราคาหรือจุดคุ้มทุน ไม่ได้สูง และคุ้มทุนเรียบร้อย
3. การแข่งขันต่ำ

ซึ่งทำให้ในบางครั้งที่เราโทรไปสอบถามกับทีมงานให้บริการ รับจ้างขนของ หลายๆที่บางทีอาจจะได้ราคาแพงหรือบางครั้งราคาถูก จะขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยที่กล่าวมาเบื้องต้นนั่นเอง หรือหากมีปัจจัยอื่นๆเพิ่มก็อาจจะเป็นเพราะว่าบางคันเป็นรถใหม่จะต้องผ่อนใช้งวดรถอยู่ ราคาเลยสูงแต่ข้อดีก็คือ รถใหม่ปัญหาจุกจิกในเรื่องของรถเสียระหว่างทาง แทบจะไม่มี แต่ถ้าเกิดว่าใช้รถเก่าเข้ามาให้บริการเราก็อาจจะต้องกังวลในเรื่องของความสะอาด รถเสียในระหว่างการขนย้ายของเป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรเลือกรถรับจ้างอย่างน้อยก็ต้องเห็น รูปภาพของรถ ที่จะเข้ามาให้บริการแก่เรา ไม่ต้องใหม่หรือเก่ามากจนเกินไปแต่ขอให้อยู่ในสภาพดีดูแล้วผ่านน่าใช้ น่าจะเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้บริการรถรับจ้างขนของได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

การใช้บริการ รถรับจ้างขนของ ด้วยรถรับจ้างแบบไหนราคาไม่แพง

งานรับจ้างขนของ ทุกวันนี้ มีหลากหลายรูปแบบบางครั้ง มีลูกค้าที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ที่อาจจะต้องใช้ รถขนของ เข้ามาให้บริการเนื่องจากว่าไปเที่ยวกันเป็นทีม จึงใช้รถคันหนึ่งเพื่อใช้ในการขนย้ายสินค้าเครื่องใช้ส่วนตัวหรือจะเป็น งานคอนเสิร์ต กองถ่ายละคร ที่อาจจะต้องใช้รถร่วมเข้ามาขนย้ายสินค้า เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์จิปาถะ ที่อยู่ในกองถ่ายละครหรือ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานคอนเสิร์ต รูปแบบหนึ่งที่เรามักจะคุ้นหน้าคุ้นตาเวลาที่เราขับรถไปบนท้องถนนจะเห็นรถให้บริการ รถรับจ้างขนของ ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง หรือ รถ 6 ล้อรับจ้าง เป็น งานย้ายบ้าน ย้ายสำนักงาน ย้ายเฟอร์นิเจอร์ ย้ายเครื่องจักร หรือขนย้ายอื่นๆอีกมากมาย


การใช้บริการ รถรับจ้างขนของ ด้วยรถรับจ้างแบบไหนราคาไม่แพง คลิ๊กที่นี่ https://www.rodchao.info/รถรับจ้างขนของ/

2
นกกรงหัวจุกเป็นนกที่ได้รับความนิยมมากทางภาคใต้ของประเทศไทย จุดเด่นของการเลี้ยงนกกรงหัวจุกไว้นั้นก็เพื่อการแข่งขันประชันเสียงร้อง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์

หากพูดถึงนกกรงหัวจุก บางท่านอาจจะยังไม่รู้จักมากเท่าไหร่ ซึ่งนกกรงหัวจุกเป็นนกที่ได้รับความนิยมมากทางภาคใต้ของประเทศไทย ลักษณะที่นิยมเลี้ยงต้องแก้มแดง หงอนสูงโค้ง ก้นแดง ร้องเสียงไพเราะ และด้วยเสียงร้องอันไพเราะเสนาะหูของนกกรงหัวจุกนี้ มันยังถูกนำมาแข่งขันประชันเสียงร้อง ลีลาสำนวนเสียง ว่านกของใครจะเหนือกว่ากัน ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับนกกรงหัวจุกให้มากขึ้นกันค่ะ

ในสมัยก่อนทางภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส กระบี่ นครศรีธรรมราช จะนิยมเลี้ยงและนำนกกรงหัวจุกมาชนกัน หรือตีกันเหมือนกับการชนไก่ คือ เอานกมาเทียบขนาดให้ใกล้เคียงกัน จับใส่กรงกลางที่มีขนาดใหญ่ แล้วปล่อยให้นกทั้งสองตัวไล่จิกตีกันภายในกรงจนกว่าจะรู้แพ้รู้ชนะ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่านกกรงหัวจุกมีนิสัยดุร้าย ชอบไล่จิก และตีกันโดยธรรมชาติอยู่แล้วนั่นเองค่ะ ฟังดูแล้วอาจจะโหดร้าย แต่นี่คือวิถีของคนพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีการประกวดนกกรุงหัวจกกันด้วย หากใครมีนกที่มีลักษณะดีและสวย ก็จะได้รับรางวัลไปในปีนั้นๆ ค่ะ

ลักษณะมงคลของนกกรงหัวจุก

การเลี้ยงนกกรงหัวจุกมีความเชื่อเกี่ยวกับลักษณะคล้ายๆ กับนกเขาชวา แต่ไม่มีตำรับตำราเหมือนนกเขาชวา มีแต่การพูดต่อๆ กันมาว่า ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องเสียงร้อง และลักษณะที่มีผลต่อเสียงร้องมากกว่า โดยลักษณะดีจะต้องมีส่วนของใบหน้าใหญ่ โครงสร้างใบหน้าดูเหมือนสิงโต หงอนที่จุกบนหัวต้องใหญ่ โคนจุกขนดกหนายาวตั้งตรงปลายแหลม ลักษณะของขนจะต้องดำสนิท เรียบลู่ในแนวเดียวกัน ปลายโน้มเอียงไปข้างหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาดุหวาน ไวต่อสิ่งสัมผัสทั้งภายนอก-ใน สันปากใหญ่หนาประกบกันสนิทคล้ายสันปากนกเหยี่ยว หรือนกอินทรี (จะงอยปากไม่งุ้มลงมากเหมือนนกเหยี่ยว) ส่วนใบหูจะต้องเป็นสีแดงเข้ม แก้มสีขาวชัด มีขนขึ้นดกหนาใหญ่ดูขาวสะอาด บริเวณคอขนต้องดกหนาฟู หางสีแดงออกส้ม ปลายหางไม่แตก หางขาวดำ หรือหางดำป้ายขาว 8 หาง ข้างละ 4 หาง หางดำปรอด 4 หาง รวมเป็น 12 หาง

สำหรับลีลาท่ายืนหรือเดิน จะต้องดูสง่างาม องอาจ และสุดท้ายที่เป็นลักษณะเด่นของนกกรงหัวจุกเลยนั่นก็คือ เสียง น้ำเสียงที่ดีนั้นจะต้องเสียงดังฟังชัด เป็นได้ทั้งนกเสียงเล็ก เสียงกลาง เสียงใหญ่ (เสียงไม่แหบพร่า) เหมาะเป็นนกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์


เลี้ยงนกกรงหัวจุกไม่ยากอย่างที่คิด คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/นก/

3
1. ควรจะหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่แข็ง เหนียวและกรอบทั้งหลาย เช่น การเคี้ยวลูกอม ท้อฟฟี่ ก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม ท้อฟฟี่ และหมากฝรั่ง เพราะอาจจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้

2. ควรรับประทานอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ โดยเฉพาะการรับประทานผัก ผลไม้ และเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลัง หรือเลือกรับประทานของอ่อน ๆ

3. เมื่อทันตแพทย์ติดเครื่องมือจัดฟันหรือหลังจากการปรับเครื่องมือจัดฟัน มักจะเจ็บฟันและอาจมีแผลเกิดขึ้นในช่องปาก ซึ่งอาการจะค่อย ๆ เบาลงในสัปดาห์ที่ 2 และวิธีแก้อาการเจ็บจากโดนเครื่องมือเกี่ยวกระพุ้งแก้มหรือการระคายเคือง โดยให้ใช้ขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์ทาปิดทับบริเวณที่ แหลมคมและควรการดื่มน้ำให้มาก เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น

4. หากมีปลายลวดงอมาแทงแก้มหรือริมฝีปาก ให้ใช้ของไม่มีคม เช่น ยางลบปลายดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป

5. แปรงฟันหรือบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อลดการเกิดฟันผุในระหว่างการจัดฟัน

6. ทุกๆ 6 เดือน ควรพบทันตแพทย์เพื่อทำการขูดหินปูน อุดฟันผุ และรักษาสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ

2 สูตรยาสีฟันทำได้เอง ฟันขาวจัด ประหยัดงบสุดๆ

สำหรับคนจัดฟันหรือคนทั่วไปที่มีปัญหาฟันเหลือง หรือเพราะกินชา กาแฟ มากเกินไป จนทำให้สีของฟันนั้นไม่ขาวใสเหมือนเดิม วันนี้เรามีสูตรยาสีฟันพิเศษมาแนะนำเพื่อนๆกัน เพราะฟันนั้นเป็นสิ่งสำคัญและเราไม่ควรมองข้ามเรื่องสุขภาพในช่องปาก เอาละ วันนี้เรามาดูสูตรยาสีฟันฟอกฟันขาว ซึ่งการันตีโดยเหล่าบลอคเกอร์ทั้งในและต่างประเทศว่ามันได้ผลจริงๆ แถมยังหาวัตถุดิบง่ายอีกด้วยนะ ชอบใจสูตรไหนไปลองกันเลย!

สูตรที่ 1 สูตรถ่านฟอกฟันให้ขาวขึ้น

สูตรนี้ง่ายขั้นเทพ เพียงแค่เรานำถ่านกัมมันต์ หรือ Activated Charcoal ที่มีจำหน่ายตามร้านขายยา มาบดให้ละเอียด เอาแปรงสีฟันเปียกน้ำมาแตะผงถ่าน ใช้แปรงฟันแทนยาสีฟันต่อเนื่องนาน 5 นาที จากนั้นจึงค่อยแปรงออกด้วยยาสีฟันปกติให้สะอาดอีกครั้ง ฟันจะขาวขึ้นได้ 1-2 เฉดแบบธรรมชาติสุดๆ ค่ะ

สูตรที่ 2 สูตรน้ำมันมะพร้าว+เบกกิ้งโซดา

ส่วนสูตรนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบกลิ่นและรสชาติ เพราะได้กลิ่นหอมของน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันหอมระเหย รวมถึงมีรสหวานหน่อยๆ ทำให้แปรงได้ง่ายขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคล้ายกับการทำออยล์พูลลิ่ง (Oil Pulling) คือช่วยขจัดแบคทีเรีย และยังทำให้ฟันของเราขาวขึ้นด้วยค่ะ

วัตถุดิบ

– น้ำมันมะพร้าว 1/2 ถ้วยตวง
– เบกกิ้งโซดา 2-3 ช้อนโต๊ะ
– ไซลิทอล (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล) บด/ปั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
– น้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบ สำหรับใช้ทำอาหารได้ (Food grade) 10 หยด


จัดฟันบางนา 6 ข้อปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน คลิ๊กที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/จัดฟันบางนา/

4
ซึ่งต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่า HIFU เป็นพลังงานความร้อนที่เกิดจากการใช้ High Intensity Focusing Ultrasound ชื่อย่อคือ HIFU ทำให้เกิดความร้อนเป็นจุดเล็กๆ

เวลาปล่อยออกมาจะปล่อยเป็นแผง เลเซอร์ความร้อนพวกนี้จะไปโฟกัสที่ชั้นไขมันหรือผิวหนังที่มีความลึกหลายๆระดับ เพื่อลดไขมันและกระชับผิวไปที่ชั้นกล้ามเนื้อ (smas) ทำให้เกิดการยกกระชับตัวคอลลาเจน เหมือนเวลาเรา lift หน้าสมัยก่อนจะดึงที่ชั้นกล้ามเนื้อด้านใน เพื่อให้หน้า Lift ขึ้น ส่วนเลเซอร์สมัยก่อนจะให้ความร้อนผ่านจากข้างบนลงไป เพื่อให้ผิวกระชับขึ้นจากด้านนอก พอรุ่นหลังรู้แล้วว่าชั้นกล้ามเนื้อ (smas) มีผลมากในการยกกระชับหน้า จึงพัฒนาเทคโนโลยีให้พลังงานความร้อนทะลุถึงชั้น smas ซึ่งลึกลงไปกว่ายิงเลเซอร์รุ่นก่อนๆ เพื่อให้คอลลาเจนที่อยู่ด้านในและชั้น smas ยกตัวขึ้นได้ หน้าก็จะเล็กจากข้างใน พอยิ่ง HIFU รุ่นหลังๆที่พัฒนาจะมีหัวที่สามารถสลายไขมันด้านนอก lift กระชับด้านในจากด้านนอกได้ เหมือนผสมผสานพลังงานด้วยกันให้เห็นว่าใบหน้าเรียวขึ้น สมัยก่อนอัลเทร่า (ultherapy) พลังงานจะไม่ดีกับไขมัน จะใช้พลังงานเพื่อยกกระชับหน้าอย่างเดียว ส่วนเทอร์มาจ (thermage) จะได้ผลกับสาวๆที่หน้าอ้วนๆ เพราะจะกระชับไขมันดี สลายไขมันได้ด้วย ซึ่งก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน

แต่พอมา HIFU รุ่นปัจจุบันหรือ Super HIFU ที่พัฒนานี้สลายไขมันได้ ยกกระชับได้ด้วยจากชั้น smas ได้เยอะขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเป็น Communication Laser ที่เห็นผลได้มากกว่า ก็จะทำให้ผิวกระชับด้วย รูขุมขนเล็ก หน้าเนียนใสขึ้นเยอะ มีประสิทธิภาพสูงด้วยหัว tips 4 ระดับ ที่มีความแม่นยำในการปล่อยพลังงานลงสู่ชั้น smas ตั้งแต่ผิวหนังชั้นตื้น ชั้นเนื้อเยื่อคอลลาเจน ชั้นไขมัน ชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อ (smas) ทำให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระชับผิวและกรอบหน้า ใบหน้า V-Shaped แบบไม่เจ็บ ลดไขมันบนใบหน้า ลดเหนียงใต้คาง ลดริ้วรอยและถุงใต้ตา ยกคิ้ว ลดรูขุมขน ลดสัดส่วนและไขมันส่วนเกิน หลังทำสังเกตเห็นผลได้เล็กน้อยทันที และสังเกตเห็นผลได้มากขึ้นภายหลังทำ 1-3 เดือน อยู่ได้นาน 6 เดือน-1.5 ปี (ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน) หลังการรักษาไม่มีบาดแผล หน้าไม่ช้ำ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

เทคโนโลยี High Intensity Focusing Ultrasound รุ่นใหม่นี้ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ใบหน้าเรียว ยกกระชับ ผิวเนียนใส แก้มและคางเรียวได้รูป ที่นอกจากเพิ่มพลังงานที่ส่งถึงเนื้อเยื่อชั้นล่าง สำหรับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้มากขึ้น และยังเพิ่มหัว tip สำหรับช่วยลดไขมันสะสมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังการรักษา และต่อเนื่องยาวนานกว่า 6 เดือน-1 ปี ไม่เจ็บ ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น พร้อมการรับรองมาตรฐานจากยุโรปและไทย ช่วยในเรื่องของการรักษา ริ้วรอยต่างๆ ยกคิ้ว รูขุมขนเล็กลง ใบหน้าเนียน ผิวใส ผิวหน้ายกกระชับขึ้น ลดเหนียงใต้คาง หรือคางสองชั้น ลดไขมันที่แก้ม ผ่านการนำเข้าจากองค์การอาหารและยาประเทศไทยเรียบร้อย

HIFU ยกกระชับหน้าตึง ดึงหน้าเรียวที่สาวๆต้องลอง คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

5
การควบคุมเสียงสำหรับอาคาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบเพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการใช้งาน ของแต่ละพื้นที่ใช้สอยในอาคาร โดยเสียงที่มีผลกระทบต่ออาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือเสียงจากภายนอกอาคาร (External Noises) และเสียงจากภายในอาคา(Internal Noises)การป้องกันเสียงจากภายนอก สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1) ควบคุมด้วยระยะทาง ทุกระยะห่างจากต้นกำเนิดเสียง ความดังของเสียงจะลดลง อาทิ หากที่ดินของบ้านอยู่ติดถนนหรือบริเวณที่มีเสียงรบกวน อาจจะต้องวางตำแหน่งอาคารให้ไกลออกจากถนนให้มากเท่าที่จะทำได้
2)หลีกเลี่ยงบริเวณที่เสียงกระทบโดยตรง อาทิ การทำแผงหรือผนังกันเสียง ซึ่งอาจเป็นผนัง แนวรั้ว แนวต้นไม้ ที่จะช่วยกั้นเสียงและลดความเข้มของ เสียงโดยตรงก่อนที่จะที่จะถึงอาคาร
3) การวางผังอาคาร โดยให้พื้นที่ใช้สอยส่วนที่ไม่ต้องการความเงียบมากเป็นตัวป้องกันเสียง หรือกำหนดตำแหน่งช่องเปิดของอาคารหลีกเลี่ยงแนวทางของเสียง
4) การเลือกใช้วัสดุกันเสียงให้กับกรอบอาคาร
อาทิ การบุฉนวนใยแก้วให้กับผนังกรอบอาคาร การเลือกใช้กระจกสองชั้น หรือการใส่ฉนวนกันเสียงให้กับส่วนหลังคาอาคาร

ส่วนการป้องกันเสียงจากภายในอาคาร จะแบ่งเสียงภายในออกเป็น 2 ประเภท คือ เสียงโดยตรง(Direct Noise) และเสียงสะท้อน (Reverberant Noise) สามารถที่จะป้องกันเสียงได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

1)ลดเสียงจากแหล่งกำเนิด เสียงโดยตรง สามารถลดได้ด้วยการใช้แผงกั้นระหว่างต้นกำเนิดเสียงกับผู้ฟังเก็บต้นกำเนิดเสียงไว้ในกล่อง /ห้องที่ปิดมิดชิดที่ทำด้วยวัสดุป้องกันเสียง / ห้องที่มีผนังหนาทึบ หรือทำพื้นสองชั้นที่มีความยืดหยุ่นรองรับเครื่องกล เพื่อช่วยลด Structure-borne Sound ส่วนเสียงสะท้อนสามารถลดโดยการใช้วัสดุดูดซึมเสียงที่ผนัง โดยเฉพาะด้านที่ทำให้เกิดเสียงสะท้อนมาก
2) ลดเสียงที่มาตกกระทบ โดยการวัสดุดูดซับเสียง และวัสดุป้องกันเสียง อาทิ การใช้แผ่นฉนวนเยื่อกระดาษบุเสริมตรงผนังด้านที่เป็นทางต้นกำเนิดเสียง หรือบุแผ่นชานอ้อยเพื่อดูดซับเสียงในโรงแสดงมหรสพ
3) การวางผังอาคาร โดยการแยกบริเวณที่มีเสียงดัง ออกจากบริเวณที่ต้องการความเงียบ หรืออาจจะกั้นพื้นที่สองส่วนนี้ด้วยห้องอื่น


ฉนวนกันเสียง การดูดซับเสียง/ควบคุมเสียง คลิ๊กที่นี่ https://www.ฉนวนกันเสียง.com/ฉนวนกันเสียงดัง/

6
ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณเตียงนอน เพราะเป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น ตัวต้นเหตุของโรคภูมิแพ้ ดังนั้น การหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นผลดีอย่างยิ่ง

เมื่อพูดถึงห้องนอนแล้ว ใครๆ ต่างก็ต้องคิดถึงเตียงนุ่มกับหมอนใบนิ่ม และพร้อมที่จะกระโจนใส่เตียงนอนในทันทียามเหนื่อยล้า แต่รู้หรือไม่ว่าใน ห้องนอน ของคุณแฝงไปด้วยภัยเงียบที่คุณคาดไม่ถึง แม้ว่าอาจจะไม่รุนแรงมากนัก แต่ก็อย่าชะล่าใจนะคะ ยิ่งปล่อยให้เกิดการสะสม หรือยิ่งไม่ระวัง ก็อาจเป็นภัยร้ายกับตัวเราได้ในที่สุด ดังนั้น มาดูวิธีที่กันไว้ดีกว่าแก้น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ

1.ไรฝุ่นบนเตียงนอน

จากการวิจัยทั้งในและต่างประเทศพบว่า สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของโรคภูมิแพ้ในเด็ก เจ้าวายร้ายตัวจิ๋วประจำบ้านอาศัยอยู่บนเตียงนอนกับคุณทุกคืนราว 1.5 ล้านตัว ซึ่งรวมไปถึงบนหมอน และผ้าห่มอีกด้วย สำหรับวิธีกำจัดเจ้าไรฝุ่นพวกนี้คือ ต้องหมั่นนำชุดเครื่องนอน หมอน และผ้าห่มไปตากแดดบ่อยๆ เพื่อไล่ความชื้น ไรฝุ่น รวมถึงสิ่งสกปรกต่างๆ ชนิดอื่นอีกด้วยค่ะ

2.พรมสกปรกกว่าชักโครก

พรมที่ดูสวยสะอาดตา แท้จริงแล้วมันสกปรกกว่าชักโครกถึง 4,000 เท่า เพราะในพรมสวยๆ ของเราเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย และสิ่งสกปรกชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เศษฝุ่น เศษอาหาร ขน-หนังสัตว์ ละอองเกสรดอกไม้ ฯลฯ จึงทำให้มีแบคทีเรียอาศัยอยู่ประมาณ 2 แสนตัวเลยทีเดียว งานนี้เจ้าชักโครกก็กลายเป็นของสะอาดไปเลยค่ะ ซึ่งเราสามารถจำกัดเชื้อโรคพวกนี้ออกไปได้โดยการดูดฝุ่นออกไป แต่มันก็ไม่ได้สะอาดล้ำลึกอะไรมากนัก ดังนั้น เรียกบริษัททำความสะอาดมาทำความสะอาดปีละ 1 ครั้ง จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

3.หมอนแหล่งสะสมเชื้อโรค

หมอนที่เราใช้หนุนนอนอยู่ทุกวัน เคยสังเกตไหมคะว่าทำไมใช้ไปใช้มามันหนักๆ ขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าในหมอนของเรามีไรฝุ่น และเซลล์ผิวหนังบนใบหน้าที่ตายแล้วหลุดลอกออกมาเกาะบนหมอน เราจึงควรหมั่นทำความสะอาดหมอนเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งเหล่านี้ โดยสามารถนำหมอนลงไปซักในเครื่องซักผ้าได้ หากซักแล้วหมอนยุบไม่คืนตัว ก็โบกมือบ๊ายบายแล้วโยนทิ้งได้เลยค่ะ

4.สมาร์ทโฟนตัวดี

ในแต่ละวันเราสัมผัสมือถือกันวันละกี่ครั้ง แต่ก่อนที่เราจะสัมผัสกับมือถือมือ เราก็ไปจับสิ่งของมากมายจนมือสกปรกแล้วก็กลับมาจับโทรศัพท์ อีกทั้งขณะที่เราใช้โทรศัพท์มือถือ หน้าจอก็จะถูกสัมผัสกับเหงื่อ เครื่องสำอางบนใบหน้า เมื่อนานวันเข้าสิ่งสกปรกเหล่านั้นจึงเกิดการสะสม ถ้าไม่ทำความสะอาดก็ยิ่งจะสะสมเพิ่มขึ้นไปอีก วิธีการทำความสะอาดสามารถทำได้โดยการใช้แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาเช็ดหน้าจอมือถือเช็ดบ่อยๆ ถ้าไม่ทำระวังหน้าเป็นสิวไม่รู้ด้วยนะ


ภัยอันตรายที่คุณคาดไม่ถึงในห้องนอนของคุณ คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/ห้องนอน/

7
ส้วมราดไม่ลง มี 2 สาเหตุ คือ มีสิ่งอุดตัน และส้วมเต็มเพราะน้ำซึ่งกรณีนี้ต้องแก้ที่ต้นเหตุ

วิธีแก้ปัญหา ส้วมราดไม่ลงเพราะมีสิ่งอุดตัน

สิ่งอุดตันอาจเกิดจากอุจาระแข็งและก้อนใหญ่ หรือสิ่งอื่นๆหล่นลงในโถส้วมเช่นก้อนสบู่ เศษผ้า ถุงพลาสติก กระดาษ ฯลฯ.ไปกองรวมกันอยู่ที่ข้องอ ทำให้เกิดการขวางทางของน้ำ เมื่อราดน้ำแล้วน้ำจะเอ่อเต็มอ่างส้วมหรือน้ำไหลลงช้า
วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น กรณีส้วมราดไม่ลง ให้ใช้ยางปั๊มส้วม(ราคาไม่เกิน60บาท)ปั๊มขณะที่น้ำเอ่อ หรือให้น้ำท่วมยางปั๊ม จากนั้นก็ กดปั๊มๆๆ แล้วราดน้ำดู 70%ได้ผลตามที่แนะนำเพียงใช้ยางปั๊มให้ถูกวิธี

ความแตกต่างระหว่างส้วมเต็มกับส้วมอุดตัน
ลักษณะของส้วมเต็ม เมื่อราดน้ำ สิ่งขับถ่ายจะไม่ลง และต้องเทน้ำเยอะๆ ต้องราดหลายครั้งมันจึงจะลง ซึ่งต่างจากส้วมมีสิ่งอุดตัน ราดอย่างไรก็ไม่ลงและน้ำจะเอ่อเต็มส้วม พอทิ้งไว้สักพักน้ำก็จะค่อยๆแห้งหายไป
ส้วมเต็ม เรียกรถบริการมาดูดส้วมอย่างเดียวครับ..ไม่ต้องทำอย่างอื่น

ข้อสังเกตส้วมมีสิ่งอุดตันไหม?
การทิ้งช่วงใช้จะทำให้น้ำค่อยๆซึมลงหายไป เช่น พอทิ้งไว้สักพักหรือหนึ่งวันก็ราดลงแต่ทำได้แค่ครั้งเดียว ครั้งต่อไปน้ำไม่ลง นั่นหมายความว่า ในท่อส้วมมีสิ่งอุดตัน แนะนำลองใช้ยางปั๊มส้วมดูก่อนนะครับ
ใช้ยางปั๊มส้วมแล้วก็ไม่ดีขึ้น
ใช้ยางปั๊มส้วมแล้วไม่ได้ผล ก็ต้องลองใช้โซดาไฟ ที่จริงไม่อยากแนะนำให้ใช้เพราะมันเป็นเคมีและตัวมันเองอาจเป็นสาเหตุทำให้ท่อตันจากการละลายไม่หมดและจับตัวกันเป็นก้อน
แต่ส้วมที่ลาดไม่ลงแล้ว ทุกข์หนักวันนี้ของท่านจะเอาไปไว้ที่ไหน..ก็เลยจำเป็นต้องใช้

วิธีใช้โซดาไฟ
ปั๊มน้ำในโถส้วมให้เหลือน้อยที่สุด ให้แห้งเลยก็ได้ แล้วเทน้ำของโซดาไฟที่ละลายน้ำแล้วลงไป ทิ้งไว้สักพัก กดน้ำดู ถ้าโอเค! ก็จบ ขอให้โชคดี..
ถ้าไม่โอเค ก็ลองอีกสักรอบ ทำทั้งปั๊มและโซดาไฟ..และถ้าไม่ได้ผลจริงๆก็ต้อง…
ต้องเปิดบ่อส้วม ฐานส้วม ออกมาดูครับ เพื่อหาสิ่งอุดตัน ส่วนมากสิ่งอุดตันจะกองอยู่ในข้องอ ก็หาวิธีเอาออกเสีย (แนะนำให้เปิดที่บ่อส้วมก่อนหากสิ่งอุดตันอยู่ไม่ไกลจากบ่อส้วมก็อาจแก้ปัญหาได้)หน้านี้มีประโยชน์โปรดส่งต่อให้เพื่อนบ้านด้วยครับอย่างน้อยรู้ไว้ดีกว่าไม่รู้


ความแตกต่างระหว่าง ชักโครกกดไม่ลง กับส้วมอุดตัน คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/ท่อตัน/

8
เป็นครั้งแรกที่มารีวิวครับหลังจากเป็นผู้อ่านมานานแสนนาน เรื่องของเรื่องคือว่า เผอิญได้ไปอ่านบทความอันนึงของ CNN เรื่องที่เค้าเขียนว่า สิงคโปร์เป็นประเทศที่มี Night Life ดีที่สุดในเอเชีย

ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่อย่างไรนะครับ เพราะไม่เคยได้มีโอกาสไปเที่ยวผับนอกประเทศเลย เผอิญว่าทริปฉายเดี่ยวครั้งล่าสุดที่สิงคโปร์ที่พึ่งผ่านไปได้ไม่นาน ได้มีโอกาสไปสัมผัสความมันส์ ความแปลกใหม่ และ ความแตกต่าง ของผับในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์ ประจวบเหมาะทั้งสองอย่าง เลยอยากเอาประสบการณ์มารีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกันเป็นข้อมูลสนุกๆครับ ส่วนที่เที่ยวอื่นๆในสิงคโปร์คิดว่าหลายๆท่านคงจะเคยไปมาเองแล้ว หรือไม่ก็หาได้ง่ายๆทั้วไปนะครับ จึงไม่ขอรีวิวถึงที่เที่ยวกลางวันทั้วๆไปนะครับ แต่จะพูดถึงแต่ผับที่ได้ไปมาอย่างเดียวเลย 555 เพราะว่ามันน่าจะแปลกใหม่ดี

ส่วนเรื่องที่เเป็น [SR] นั้น คือว่าผมได้บริการ คนพาเที่ยว มาฟรีๆ ก็เลยอยากจะมามารีวิวให้เค้าตอบแทนครับ อีกทั้งยังไม่ค่อยเห็นคนมารีวิว หรือ บอกที่เที่ยวกลางคืนของสิงคโปร์กันมากนักครับ เลยเป็นที่มาของรีวิวอันนี้ครับ ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขอคำชี้แนะด้วยนะครับ มาเกร่นถึงบริการพาเที่ยวที่ผมได้ใช้ฟรีก่อนดีกว่าจะได้ไม่งงกัน (เพราะว่าถ้าไม่มีบริการนี้แล้ว ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสความมันส์ๆ แปลกใหม่ ที่ผับในสิงคโปร์หรอกครับ คงได้แต่เที่ยวตามที่ต่างๆที่หาได้ตามเนททั้วไปเท่านั้นเอง) คนที่พาผมเที่ยวเป็น นร ไทยที่เรียนที่สิงคโปร์มานานมากๆแล้วครับ (กี่ปีจำไม่ได้แน่ๆ) เค้าเป็น คนพาเที่ยว (คล้ายๆกับงาน Part-time) กับทาง TakeMeTour ที่เค้าเปิดบริการให้ นร ไทยในต่างประเทศ พาพวก backpacker คนไทยหรือ คนที่มาเที่ยวด้วยตัวเอง เที่ยวเมืองนั้นๆครับ 

สิ่งที่ผมชอบมากๆคือ เหมือนว่าเรามีคนพาเราเที่ยวเหมือนไกด์ส่วนตัว แต่นี่เป็นคนไทยกันเอง วัยใกล้ๆกัน พูดไทยได้ อธิบายเรื่องต่างๆอย่างเป็นกันเองมากๆครับ ถึงแม้ว่าประวัติของบางที่อาจจะรู้ไม่หมด (บางที่ก็ไม่รู้ บางที่ก็อาจจะบอกว่าเล่าต่อๆกันมาบ้างอะไรประมาณนี้) แต่ก็มีเรื่องชีวิตทั้วๆไปของคนที่นี่ วัยรุ่นที่นี่ ภาษาที่เค้าใช้กัน สภาพความเป็นอยู่ อาหารการกิน และอีกหลายๆเรื่อง ผมคิดว่าปกติมากับทัวร์เค้าจะไม่ค่อยได้บอกกันครับ อีกทั้งยังเลือกที่ไปได้ตามสบาย เลือกที่กิน ราคาอาหารได้ตามสบาย ไม่ต้องไปผูกติดอยู่กับทัวร์ ไม่ต้องรอคนอื่น และไม่ต้องไปคลำหาร้านเองครับ เพราะเรามีคนท้องถิ่นที่อยู่จริงๆ กินมาแล้วจริงๆพาไปครับ


ประสบการณ์เที่ยวผับ มันส์ๆ สามวันสามคืน ที่สิงคโปร์สัมผัสความมันส์ ความแปลกใหม่  คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/ผับ/

9
ถ้าคุณแทบไม่มีประสบการณ์เลี้ยงปลามาเลยล่ะก็ หาปลาพันธุ์อึด ๆ ทน ๆ มาเลี้ยงสิ
……เมื่อคุณเริ่มคิดที่จะเลี้ยงปลาตู้ ปลาที่มีอยู่มากมายหลายพันธุ์อาจทำให้คุณงงก็ได้ว่าจะเลี้ยงปลาอะไรดีหว่า ?

ปลาส่วนใหญ่จะมีสีสวย รูปร่างแปลกชวนมอง และพฤติกรรมที่ชวนให้หลงใหล แต่ไม่ใช่ว่าปลาทุกชนิดจะเหมาะกับนักเลี้ยงปลาตู้มือใหม่หรอกนะ ในความเป็นจริงแล้วปลาหลายชนิดเลี้ยงยากขนาดที่นักเลี้ยงปลาที่ว่าเซียน ๆ ยังต้องปวดเศียรเวียนเกล้า และปลาบางชนิดก็กินแต่อาหารเฉพาะอย่างเท่านั้น ซึ่งคุณอาจหาไม่ได้ ปลาประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะเลี้ยงไว้ในตู้ที่บ้านด้วยประการทั้งปวง

แล้วคุณควรทำยังไงดี

……คุณไม่สามารถเลี้ยงปลาตามแบบที่ร้านขายปลาแถวบ้านหรือที่เพื่อนคุณเลี้ยงได้หรอก เพราะปลาหลายชนิดทีเดียวไม่เหมาะที่จะให้มือใหม่เลี้ยง มันอาจมีนิสัยดุร้าย เป็นโรคง่าย หรือไม่ก็จู้จี้กินยากซึ่งอาจจะปรับตัวไม่ได้เลยกับอาหารปลาที่คุณมี ปัญหาหลัก ๆ สามประการที่มักเกิดขึ้นกับปลาตู้ก็คือ ความดุร้าย การติดโรค และการขาดสารอาหาร การเลือกปลาที่จะเลี้ยงอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณไม่ต้องเจอกับปัญหาปวดหัวเหล่านี้

การอยู่ร่วมกันของปลาในตู้เป็นอย่างไร

……บางทีสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาก็คือนิสัยโดยรวมของปลา เช่น มันเป็นปลารักสงบ ดุร้ายพอประมาณ หรือว่าดุแบบสุด ๆ แถมยังชอบล่าเหยื่ออีก การนำปลาที่มีนิสัยต่างกันมาอยู่ร่วมกันอาจก่อให้เกิดความหายนะได้ คุณจึงควรเลือกว่าต้องการให้ฝูงปลาในตู้มีลักษณะแบบไหน แล้วจึงเลือกปลาที่มีนิสัยเข้ากันได้มาอยู่ร่วมตู้เดียวกัน

……นักเลี้ยงปลามือใหม่ควรจะประเดิมด้วยการเลี้ยงปลาพันธุ์ดุ ๆ หรือปลานักล่าก่อน เพราะปลาพวกนี้เลี้ยงง่าย ทนทาน ขอแค่ให้อาหารมันกินอย่างเพียงพอและมีตู้ที่ใหญ่พอกับขนาดของมัน มันก็จะเติบโตได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พวกปลานิสัยป่าเถื่อนพวกนี้อาจก่อความยุ่งยากให้คุณได้ในกรณีที่มันทำร้ายกันเอง ด้วยเหตุนี้นักเลี้ยงปลามือใหม่หลายคนจึงนิยมเลี้ยงปลาที่มีนิสัยรักสงบ เชื่อง หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ดุร้ายกับปลาพันธุ์อื่น ๆ ( โดยปกติพวกปลามักจะเห็นปลาพันธุ์เดียวกันเป็นคู่แข่งของมัน แม้แต่ปลาที่ว่าหงิม ๆ ก็อาจจะดุร้ายกับเพื่อนปลากับมันได้)

ปลาพันธุ์ใหนบ้างที่ทนทายาด

……คุณควรพยายามทุกวิถีทางที่จะหาซื้อปลาที่แข็งแรง ไม่เป็นโรคง่าย ๆ มาให้ได้ ปลาบางพันธุ์ที่เป็นที่นิยมมากในหมู่นักเลี้ยงปลาตู้ เช่น genus zebrasoma ซึ่งมีชื่อเสียมากเรื่องความอ่อนแอติดโรคง่าย แม้ว่าจะไม่มีปลาชนิดใดที่ทนทานต่อเชื้อโรคได้สมบูรณ์แบบก็เถอะ แตปลาบางพันธุ์ก็จะทนทานกว่าพันธุ์อื่น ๆ คุณควรหลีกเลี่ยงปลาบางชนิดที่อาศัยอยู่ได้เฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ยากจะจำลองได้ในตู้ปลา เช่น ปลาบางชนิดกินเฉพาะสัตว์เล็กๆ ที่อาศัยอยู่ตามแนวหินปะการังเป็นอาหาร ปลาบางชนิดต้องได้ทรายใหม่ ๆ มาใส่ไว้เสมอ มันไม่สำคัญหรอกว่าปลาพวกนี้จะสวยงามน่าเลี้ยงเพียงใด สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ อย่านำมันมาเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มันไม่สามารถเติบโตได้


ปลาสวยงาม ที่เหมาะสมสำหรับเลี้ยงปลามือใหม่ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

10
ไม่มีผู้ใช้ iPhone คนไหนชอบหรอก เมื่อเห็นข้อความเด่งขึ้นมาแจ้งให้ทราบว่าหน่วยความจำเต็ม ซึ่งสำหรับ iPhone แล้วจะแตกต่างกับ Android ตรงที่ไม่มี microSD Card ในการเพิ่มหน่วยความจำนั่นเอง แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะเรามีเทคนิคเพิ่มพื้นที่ให้กับ iPhone ถ้าพร้อมแล้วเราลองไปสำรวจข้อมูลในเครื่องกันเลยค่ะ

1.ตรวจสอบพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้

หากต้องการดูว่ามีสิ่งที่อยู่บนพื้นที่จัดเก็บที่คุณใช้มีจำนวนเท่าไหร่ สามารถตรวจสอบโดยไปที่ตั้งค่า Settings >General > Storage & iCloud Usage ซึ่งจะระบุพื้นที่การจัดเก็บและการใช้งาน iCloud ทั้งหมด และเมื่อคุณเลือก Manage Storage ก็จะทราบทันทีเลยว่ามีพื้นเหลือที่สามารถใช้งานได้พร้อมกับระบุด้วยว่า แอปพลิเคชันใดใช้พื้นที่มากที่สุดเรียงลำดับลงไป เพียงเท่านี้คุณก็สามารถจัดการกับพื้นที่ในตัวเครื่องได้แล้วว่า ควรจะเริ่มจากแอปพลิเคชันใดก่อน

2.จำกัดจำนวนข้อความที่เก็บไว้

SMS แม้จะเป็นเพียงแค่ข้อความที่ไม่น่าจะกินพื้นที่ในตัวเครื่อง แต่ถ้าหากเก็บสะสมไว้มาก ๆ ก็เป็นส่วนทำให้ตัวเครื่องเต็มเร็วเช่นกัน ซึ่งการตั้งค่าพื้นที่จัดเก็บข้อความของคุณจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่าง แต่คุณสามารถตั้งค่าการลบข้อความ SMS แบบอัตโนมัติได้ ด้วยการเข้าไปที่ Settings > Messages > Message History and Keep Messages แล้วเลือกว่าจะเก็บข้อความเหล่านี้ไว้นานแค่ไหน 30 วัน, 1 ปี หรือเก็บไว้ตลอดไปก็ได้ ซึ่งถ้าหากเลือกที่ 30 วัน หรือ 1 ปี จะมีป็อปอัปแจ้งว่า จะให้ลบข้อความเก่าหรือไม่นั่นเอง

3.ทำความสะอาด cache บน Safari ของคุณ

หาก Safari เป็นเบราว์เซอร์ Go-to ของคุณให้รู้ว่าอุปกรณ์ของคุณอาจใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลและข้อมูลประวัติเว็บ ซึ่งการล้างแคชของเบราเซอร์ให้เข้าไปที่ Settings > Safari> Clear History and Website Data เพียงเท่านี้ก็ได้พื้นที่เพิ่มมาอีกเพียบแล้วล่ะค่ะ

4.จัดการรูปภาพของคุณ

ภาพถ่าย เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเครื่องเต็มเร็วมากที่สุด แต่ถ้าไม่อยากให้เครื่องเต็มเร็ว ก็ให้ลบภาพที่ไม่จำเป็นออกไปซะ หรือการปิด PhotoStream และสุดท้ายนี้ ถ้าเปิดโหมด HDR ก็ควรเก็บเพียงแค่ภาพเดียว (ปกติระบบจะตั้งค่าให้กับภาพต้นฉบับ กับภาพแบบ HDR ไว้) แค่นี้เองคุณก็จะได้พื้นที่เพิ่มมาอีก แต่อย่าลืมว่าถ้าปิดใช้งานในส่วนนี้ไป ก็จะไม่สามารถดูภาพที่ถ่ายบนอุปกรณ์ iOS อื่นได้


สมาร์ทโฟน ทริคง่ายๆ เพิ่มพื้นที่ให้ IPHONE ! คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

11
การมีผิวขาวกระจ่างใสล้วนเป็นความปรารถนาของผู้หญิงเราทั้งสิ้น แต่เนื่องจากแสงแดดบ้านเราร้อนแรงแบบนี้ ออกจากบ้านทีกลับเข้ามาผิวก็หมองคล้ำไปทันตาจริงมั้ยล่ะคะ เพราะฉะนั้น ได้เวลากันแล้วที่เราจะมาเรียกคืนผิวขาวกลับมาอีกครั้ง ต้องทำอย่างไรบ้างนั้น..มาติดตามพร้อมกันเลยค่ะ

1.ขัดผิวและพอกผิวทุกสัปดาห์
ผิวพรรณที่หมองคล้ำไม่สวยสดใส นอกจากแสงแดดเป็นตัวการแล้ว การที่เราปล่อยผิวเอาไว้โดยที่ไม่เคยหมั่นสครับผิวเลย ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการมีผิวพรรณหมองคล้ำดำกร้านได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น จึงควรหมั่นสครับผิวบ้างสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออก เซลล์ผิวใหม่ที่ขาวใสกว่าก็จะขึ้นมาแทนที่ นอกจากนี้ อย่าลืมเติมสารอาหารผิวอย่างล้ำลึกด้วยการพอกผิวกันบ้างนะคะ รับรองเลยว่าหากสาวๆ หมั่นทำตามนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ ผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำไม่สวยสดใสจะค่อยๆ กลับกลายมาเป็นผิวสุขภาพดี ขาวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน

2.ทาไวท์เทนนิ่งชนิดเข้มข้น
อยากมีผิวขาวไม่ใช่เรื่องทำยากเลยค่ะ เพราะเพียงคุณหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งชนิดเข้มข้น โดยอาจเลือกประเภทเซรั่มก็ได้ เพื่อให้ซึมซาบลงสู่เซลล์ผิวได้อย่างล้ำลึก ทาเป็นประจำเช้า – เย็น คุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวที่เริ่มกระจ่างใสภายใน 7 วันชัวร์

3.ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง
อย่างที่ทราบกันแล้วว่าแสงแดดคือ ตัวการทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ เพราะฉะนั้น ก่อนออกจากบ้านทุกวันจำเป็นอย่างมากเลยค่ะที่คุณจะต้องทาครีมกันแดดอยู่เสมอ แนะนำให้เลือกค่า SPF 30 ขึ้นไปเพื่อให้ประสิทธิภาพของการปกป้องดีขึ้นและหากต้องตากแดดนาน ต้องทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงด้วยนะคะ

4.ทานผักผลไม้ให้มากๆ
การบำรุงจากภายนอกเป็นเพียงแค่ปัจจัยที่ทำให้ผิวขาวใสส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่การบำรุงจากภายในด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยได้เช่นกัน เพียงหันมาเลือกทานผักผลไม้ให้มากๆ เพราะอาหารดังกล่าวล้วนเปี่ยมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่จะช่วยทั้งชะลอความแก่ ลดริ้วรอยและช่วยบำรุงผิวสาวให้สวยแบบมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น


5 เคล็ดลับสู่การมีผิวขาวภายในเวลารวดเร็ว คลิ๊กที่นี่ https://www.beautysanta.com/

12
ปลากัด ชื่อนี้เราคงคุ้นเคยและได้ยินมากันตั้งแต่ยังเด็ก แล้วรู้ไหมว่าแท้จริงแล้วปลากัดนั้นมีกี่ชนิด หรือกี่สายพันธุ์กันนะ วันนี้น้องแมวสีเทาจึงขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับสายพันธุ์ปลากัดให้มากขึ้นกันค่ะ

ปลากัดถือว่าเป็น ปลาสวยงาม ของไทยที่มีชื่อเสียงทำให้ผู้คนรู้จักไปทั่วโลก ทั้งในเมืองไทยและต่างชาติต่างให้ความสนใจในด้านของความสวยงาม การกีฬา และการสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับเกษตร หรือผู้ที่ชื่นชอบ มูลค่าซื้อขายภายในประเทศแต่ละปีประมาณ 5-10 ล้านบาท วันนี้น้องแมวสีเทาจึงจะขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสายพันธุ์ปลากัดแสนสวยกันค่ะ

⦁ ปลากัดลูกป่า/ปลากัดทุ่ง

เป็นปลากัดที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ มีลักษณะลำตัวที่เล็ก บอบบาง ครีบและหางค่อนข้างสั้นกว่าสายพันธุ์อื่น มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ไม่ทนทานในการกัดเท่ากับปลากัดลูกหม้อ โดยเวลากัดกันจะใช้เวลาน้อยมาก

⦁ ปลากัดลูกหม้อ/ปลากัดไทย/ปลากัดครีบสั้น

ปลากัดสายพันธุ์นี้พัฒนามาจากการเพาะเลี้ยง และการคัดสายพันธุ์มาหลายชั่วอายุ เพื่อการกัดต่อสู้โดยเฉพาะ มีรูปร่างลำตัวที่โตกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม มีลักษณะปากใหญ่ ว่ายน้ำปราดเปรียว สีสันสวยงามหลากสี เช่น สีแดงเข้ม น้ำเงินเข้ม น้ำตาลเข้ม หรือสีผสมระหว่างสีต่างๆ ปลาชนิดนี้กัดได้ทรหดยิ่งกว่าชนิดอื่น ใช้เวลาในการกัดนาน จึงนิยมเลี้ยงมากกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม โดยแบ่งประเภทของปลากัดลูกหม้อตามรูปร่างของร่างกาย ได้แก่

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาช่อน มีลักษณะลำตัวยาว ทรงกระบอก คล้ายปลาช่อน มีหน้าสั้น ช่วงหัวยาวและโคนหางใหญ่ ถือเป็นปลาที่มีลีลาการต่อสู้ที่ดุดัน และมีพละกำลังมาก

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาหม้อ มีลักษณะลำตัวสั้น หนา ลำตัวกว้างหนาเมื่อมองจากทางด้านข้างและด้านบน ลักษณะลำตัวคล้ายกับปลาหมอไทย เป็นปลาที่ทรหด และว่องไวในการกัด

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลากราย มีลักษณะหน้างอนขึ้น ลำตัวสั้นแบน เป็นปลาที่คล่องแคล่ว และว่องไวในการกัด

⦁ ปลากัดลูกผสม (พันธุ์สังกะสี หรือ พันธุ์ลูกตะกั่ว)

เป็นลูกปลาที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลากัดลูกหม้อกับปลากัดลูกทุ่ง โดยอาจผสมระหว่างพ่อที่เป็นปลาลูกหม้อ และแม่ที่เป็นปลาลูกทุ่ง หรือพ่อเป็นปลาลูกทุ่ง แม่เป็นปลาลูกหม้อ สามารถผสมได้ทั้งสองแบบ ผู้เพาะต้องการให้ปลาลูกผสมที่ได้มีลักษณะปากคม กัดคล่องแคล่วว่องไวแบบปลาลูกทุ่ง และมีความอดทนแบบปลาลูกหม้อ โดยพยายามคัดปลาที่มีลักษณะลำตัวเป็นปลาลูกทุ่ง เพราะเมื่อนำไปกัดกับปลาลูกทุ่งแท้ๆ ปลาลูกผสมนี้จะกัดทนกว่าปลาลูกทุ่งค่ะ


มาดูสายพันธุ์ปลากัด ปลาสวยงามกันเถอะ คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/ปลาสวยงาม/

13
ปัญหาไฟรั่ว ไฟช็อต ภายในบ้านมักเกิดจากสายไฟฟ้าชำรุด การวางระบบไฟฟ้าไม่ดี ไม่มีฉนวนป้องกันไฟ หรือไม่ติดตั้งสายดิน ซึ่งอาจทำให้คนในบ้านได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

พลังงานไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่สำคัญของโลก ถึงแม้มันจะช่วยทำประโยชน์ได้มากมาย แต่ก็แฝงภัยอันตรายด้วยเช่นกัน เราจึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวคือ การเดินระบบไฟภายในบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิตเราล้วนๆ เราจะต้องเรียนรู้เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับชีวิต และทรัพย์สินของเรา

ปัญหาของสายไฟฟ้า

สายไฟฟ้าปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 7-8 ปี หากพบว่าฉนวนที่หุ้มสายไฟเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง หรือเริ่มกรอบแตก ควรเปลี่ยนสายไฟใหม่ทันที เพราะอาจเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้เนื่องจากไฟฟ้าลัดวงจรได้ อีกทั้งควรเดินสายไฟฟ้าแบบในท่อร้อยสายไฟ เพื่อป้องกันฉนวนที่หุ้มสายไฟไม่ให้ขีดข่วนชำรุด โดยเฉพาะสายไฟที่อยู่บริเวณนอกบ้าน เช่น ไฟรั้ว สนาม สายไฟส่วนใหญ่จะไม่มีท่อหุ้ม เมื่อโดนแดดโดนฝนนานๆ ก็จะรั่ว เป็นอันตราย ดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจสอบอยู่เสมอ

วิธีเดินระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัย

1. การต่อสายดิน

เครื่องใช้ไฟฟ้ามักมีส่วนประกอบที่ทำจากโลหะ เมื่อมีการชำรุดจะทำให้เกิดไฟรั่วได้ เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานอย่างมาก การต่อสายดินโดยใช้สายไฟฟ้าต่อกับโครงสร้างส่วนที่เป็นโลหะของอุปกรณ์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นลงดิน ก็เพื่อเป็นทางให้กระแสไฟฟ้าที่อาจจะรั่วไหลออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นไหลลงสู่ดิน โดยผ่านทางสายดินที่ได้ต่อไว้ แทนที่จะไหลผ่านตัวผู้ใช้งานหรือผู้ที่ไปสัมผัส

2. การใช้ฉนวนป้องกันไฟฟ้า

ฉนวนหุ้มสายไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ชำรุดฉีกขาดได้ง่าย ไม่ว่าการดึง กระชาก หรือวางสิ่งของทับสายไฟ ก็เป็นสาเหตุของการชำรุดได้ทั้งนั้น นอกจากนี้การต่อสายไฟฟ้าใช้งานชั่วคราวที่มักจะใช้ตะปูตอกกดทับไว้ ก็สามารถทำให้ฉนวนชำรุด กลายเป็นสายเปลือยไปจุดต่อต่างๆ ที่ต่อไว้โดยพันฉนวนป้องกัน ซึ่งจะกลายเป็นจุดอันตราย จึงควรหมั่นตรวจสภาพฉนวนของสายไฟฟ้า หรือสายอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพื่อหารอยแตกปริหรือฉีกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงขั้วต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ขั้วหลอด ปลั๊ก ถ้าพบว่ามีการชำรุดอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบซ่อมแซมหรือเปลี่ยนทันที


เดินระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างไรให้ปลอดภัย คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/บ้าน/

14
ปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นหรือส้วมมีกลิ่นแรง ส่วนใหญ่เกือบ 100% มาจากท่อน้ำทิ้งที่อยู่ในห้องน้ำที่มีกลิ่นนั้น จะเห็นได้ว่าห้องน้ำบางห้องไม่มีกลิ่น แต่บางห้องกลับมีกลิ่นแรงลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้ง ปัญหานี้พบทั้งบ้านอยู่อาศัยทั่วๆไป ทั้งบ้านใหม่และบ้านเก่า คอนโด โรงแรม อพาร์ทเม้นท์เซอร์วิส จะมีกลิ่นเหม็นเพียงบางห้องเท่านั้น

สาเหตุของกลิ่นเหม็นในห้องน้ำเกิดจาก

1. การสะสมจากของเสียที่ใช้ประจำวัน เช่น น้ำสบู่ น้ำแชมพู และอื่นๆที่ใช้ในห้องน้ำ ของเสียเหล่านี้จะถูกชะล้างลงตามท่อน้ำทิ้ง และจะมีบางส่วนของของเสียที่เกาะติดอยู่ข้างท่อน้ำทิ้ง ซึ่งท่อน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะเป็นท่อพีวีซี เมื่อนานๆเข้าของเสียเหล่านี้จะส่งกลิ่นเหม็นลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้ง

2. ท่อน้ำทิ้งนั้นต่อตรงเข้ากับบ่อเกรอะ โดยเฉพาะบ้านรุ่นเก่า มักจะต่อท่อน้ำทิ้งเข้ากับบ่อเกรอะ ( ตามปกติต้องแยกท่อน้ำทิ้งไว้ต่างหาก ต้องไม่รวมเข้ากับบ่อเกอระ ) ช่วงที่ฝนกำลังตกหรือฝนตกใหม่ๆจะมีกลิ่นจากบ่อเกรอะลอยขึ้นมาตามท่อน้ำทิ้งได้ หรือช่วงฤดูหนาวจะมีกลิ่นลอยขึ้นมา ถ้าอยู่ใกล้กับห้องแอร์จะดูดกลิ่นเหล่านี้เข้าไปภายในห้องแอร์

การแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งและห้องน้ำ

– จากข้อ 1 และ 2 สามารถใช้จุลินทรีย์อีเอ็มเทราดที่ท่อน้ำทิ้งได้เลย เทลงไปประมาณ 4-5 ลิตรต่อจุดของท่อน้ำทิ้งที่มีกลิ่น และส่วนหนึ่งเทลงในโถส้วม นำอีกส่วนผสมน้ำครึ่งต่อครึ่งทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ( ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของแม่บ้านทำความสะอาด )ใช้ขัดและทำความสะอาดพื้นห้องน้ำให้ทั่วๆวันละครั้ง กลิ่นที่เหม็นก็จะหายไป

– กรณีปัญหาที่มาจากข้อที่ 2 เป็นไปได้ให้แก้ไขที่ต้นเหตุคือการรื้อท่อน้ำทิ้งแยกออกมาจากบ่อเกรอะใหม่ทั้งหมด แต่ในบางกรณีอาจทำได้ยาก กรณีไม่สามารถรื้อได้ ก็สามารถใช้จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นได้ แต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง ( ตราบใดที่ของเสียยังมีอย่างต่อเนื่อง )

หมายเหตุ : จุลินทรีย์อีเอ็มที่ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ ต้องเป็นจุลินทรีย์ที่ได้จากการขยายโดยใช้หัวเชื้อเท่านั้น ห้ามนำน้ำหมักชีวภาพที่ได้จากการหมักพืชผักมาดับกลิ่นห้องน้ำหรือบำบัดน้ำเสียเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดของเสียเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และต้องเป็นจุลินทรีย์ที่ไม่เก่าเก็บเกิน 8 เดือนขึ้นไป เพราะประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นจะด้อยลงไป และควรเป็นจุลินทรีย์ที่มีความเข้มข้นของจุลินทรีย์สูง


การใช้ จุลินทรีย์ชีวภาพ ดับกลิ่นในห้องน้ำห้องส้วม คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

15
การดูดซับเสียงหรือการควบคุมเสียงสะท้อน (Sound Absorption) การออกแบบห้องที่ต้องการลดเสียงสะท้อน เช่น ห้องประชุม, โรงละคร, โรงภาพยนตร์, ห้องบรรยาย, ห้องดูหนัง – ฟังเพลง, ห้องคาราโอเกะ

หากมีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขี้น จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงที่หูของผู้ฟังได้ยินอาจลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นต้องออกแบบให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพื่อป้องกันเสียงที่มากระทบฝ้าเพดาน พื้น ผนัง โดยสามารถดูได้จากค่า NRC ซึ่งเป็นค่าที่ระบุความสามารถการดูดซับเสียงของวัสดุต่าง
วัสดุทุกชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงวิ่งกระทบวัสดุ จะมีบางส่วนของพลังงานเสียงถูกดูดซับและที่เหลือจะสะท้อนออกไป และเสียงที่สะท้อนออกไปนั้นจะมีพลังงานน้อยกว่าแหล่งกำเนิดเสียงเสมอ และพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความร้อน และจำนวนพลังงานที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง (Sound Absorption Coefficient) คือค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ ถ้าหากใช้วัสดุที่ดูดซับเสียงไม่ดีจะทำให้เกิดเสียงก้องภายในห้องนั้น ๆ ได้ สามารถพิจารณาค่าต่าง ๆ ได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

Sound Absorption Coefficient (SAC)
SAC หมายถึงสัตว์ส่วนของพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับไปเมื่อชนกระทบ เทียบกับพลังเสียงจากแหล่งกำเนิด ยกตัวอย่าง เช่น มีวัสดุหนึ่งมีค่า SAC 0.85 นั่นก็หมายความว่าพลังเสียง 85% ได้ถูกดูดซับไว้เมื่อเคลื่อนที่ไปชนกับวัสดุนี้ และ 15% ของพลังงานที่เทียบกับแหล่งกำเนิดจะสะท้อนออกมา ค่าการดูดซับเสียงของทุกวัสดุจะแปรผันกับความถี่ของเสียงที่เข้าไปกระทบ ดังนั้นค่าการดูดซับเสียง (SAC) จะถูกวัดที่หลายความถี่คือ 125, 250, 500, 1,000, 2,000 และ 4,000Hz ความถี่เหล่านี้เป็นความถี่ตรงกลางของเสียงที่วิ่งกระทบน้อยมากที่จะมีการใช้ค่า SAC ของเสียงที่ช่วงความถี่เดียวในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม หรือระบุว่าวัสดุใด ๆ มีค่า SAC เป็นเท่าไร ในการออกแบบสถาปัตยกรรมค่า SAC จะเป็นค่าดูดซับเสียงที่ความถี่ที่เจาะจงเท่านั้น


ฉนวนกันเสียงและความรู้เบื้องต้น ACOUSTICS KNOWLEDGE คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

หน้า: [1] 2 3 ... 22

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.101 วินาที กับ 18 คำสั่ง

กระเป๋า
ข่าวดารา
ข่าวบันเทิง
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี
  บรรยายธรรมอิสลาม
บรรยายศาสนธรรม