แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - panne rattana

หน้า: [1] 2 3 ... 23
1
ทุกๆ 15 บาท รับ 1 ไมล์สะสมสำหรับการใช้จ่ายในหมวดร้านอาหาร หมวดท่องเที่ยว และการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ และทุกๆ 20 บาท รับ 1 ไมล์สะสมสำหรับการใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ และรับ Anniversary Bonus 25,000 คะแนน
เอกสิทธิ์ในการก้าวสู่สถานะภาพสมาชิกบัตรทอง รอยัล ออร์คิด พลัส ที่เร็วเหนือใคร
ฟรี บริการลีมูซีนจากบ้านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ครั้ง/ปี พร้อมส่วนลด 50% สำหรับ 2 ครั้งต่อไป พร้อมบริการ Meet & Assist และ บริการห้องพักรับรองพิเศษ Royal Silk Lounge ณ สนามบิน สุวรรณภูมิ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์
บัตรฯ เดียวที่ให้คุณ สัมผัสที่สุดแห่งเอกสิทธิ์ในการสะสมไมล์ สู่ทุกประสบการณ์สุดล้ำค่าของคุณ

สมาชิกบัตรหลักรับสิทธิ์ในการเลื่อนสถานะภาพสู่สมาชิกบัตรทองรอยัล ออร์คิด พลัส เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ภายใน 1 รอบปีสมาชิกบัตรฯ และเดินทางกับการบินไทยในระยะเวาลาเดียวกันดังต่อไปนี้
สะสมไมล์เอกสิทธิ์ครบ 22,000 ไมล์ หรือ*
เดินทางเส้นทางระหว่างประเทศ 15 เที่ยวบิน**

พิเศษรับ Anniversary Bonus 25,000 คะแนน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบ 1 ล้านบาท ภายใน 1 รอบปีสมาชิกบัตรฯ และต่ออายุสมาชิกบัตรฯ ในปีถัดไป

ฟรีบริการ ลีมูซีนจากบ้านถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 2 ครั้ง/ปี พร้อมส่วนลด 50% สำหรับ 2 ครั้งต่อไป จำกัดระยะทาง 50 กม. จากบ้านถึงสนามบิน

ฟรีบริการ Meet & Assist ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เมื่อเดินทางเส้นทางระหว่างประเทศกับสายการบินไทย

ฟรีบริการห้องพักรับรอง Royal Silk Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เมื่อแสดงบัตร โดยสารของสาย การบินไทย เส้นทางระหว่างประเทศ

บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ภายในบ้าน และบริการเลขาส่วนตัว ตลอด 24 ชั่วโมง
เลือกจุดหมายปลายทางของท่าน
กรุณาเลือกจุดหมายปลายทางที่ท่านต้องการเดินทางไป เพื่อแสดงจำนวนไมล์สะสมที่ต้องใช้แลกบัตรโดยสารรางวัล ไป-กลับ ชั้นประหยัด โดยสายการบินไทย และจำนวนการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ต่อเดือน เพื่อจะได้รับไมล์จำนวนดังกล่าว

บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์ Citi ROP Preferred คลิ๊กที่นี่ http://click.accesstrade.in.th/adv.php?rk=000cky0003pe

2
ผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ แห่จองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35″ หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 วันแรกค่ายรถยนต์ จองไปแล้ว 95 % ด้านรถจักรยานยนต์ ทะลุถึง 110 % เตรียมเปิดตัวรถใหม่ตามแนวคิด “ขับสนุก ! ก่อนยุคไร้คนขับ” หวังกวาดยอดขายส่งท้ายปี

ช่วงเช้า (6 มิถุนายน 2561) เป็นการแถลงข่าวเพื่ออัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวในแวดวงยานยนต์ พร้อมเปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35″ ต่อสื่อมวลชน

สำหรับบรรยากาศการจองพื้นที่ในช่วงบ่ายของผู้ผลิตรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ปีนี้ปิดการขายไปด้วยเวลาอันสั้นเพียง 30 นาที ถึงแม้จะมีการพักเบรค 5 นาทีด้วยก็ตาม โดยค่ายรถยนต์จับจองพื้นที่ไปถึง 95 % ส่วนรถจักรยานยนต์ ขยายพื้นที่ไปถึง 110 % โดยผังพื้นที่ใกล้เคียงกับงานปีที่ผ่านมา (อาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม) นั่นคือพื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000 ตารางเมตร แบ่งเป็น ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 60,000 ตารางเมตร สำหรับแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และภายนอกอาคารอีก 20,000 ตารางเมตร สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ โดยพื้นที่รถยนต์ จะมีทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทรถยนต์ รวมถึงได้ขยายพื้นที่แสดงรถยนต์เพิ่มขึ้น

การจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ยังคงให้ความยุติธรรม และความเสมอภาคแก่ผู้สนใจทุกราย โดยใช้คะแนนเป็นเกณฑ์ตัดสิน ไม่มีการให้สิทธิพิเศษ และปีนี้จะนำกฎเกณฑ์การหักคะแนนมาใช้เป็นปีแรก โดยบริษัทรถยนต์ที่ไม่นำรถมาแสดงตามที่ระบุในแบบสอบถามในงานปีก่อน จะถูกหักคะแนนของปีนี้ ยกเว้นว่ามีการนำสินค้ามาแสดงทดแทน สาเหตุที่ต้องหักคะแนน เนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่ละบริษัทชนะกันเพียง 1-2 คะแนน จึงไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาในการจองพื้นที่ จากกฎกติกาที่กล่าวข้างต้นจึงทำให้ปิดการจองพื้นที่ไปด้วยเวลาอันสั้นนั่นเอง (ท่านสามารถดูเกณฑ์ในการตัดสินได้ที่นี่)

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน เปิดเผยในช่วงแถลงข่าวว่า “บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจจองพื้นที่งานปีนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดรถยนต์กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดย 4 เดือนแรกของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 15 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”


มอเตอร์เอ็กโปร์ 2018 : จองพื้นที่วันแรกคึกคัก ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/

3
งานแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องยิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายปี ภาพรวมการจัดงานปีนี้ยังคงเน้นมาตรฐานการจัดงานระดับสากล ภายใต้แนวคิด เชื่อมโลก…เชื่อมคน ยานยนต์อัจฉริยะ ซึ่งใช้พื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000 ตารางเมตร สำหรับจัดแสดงรถยนต์ จักรยานยนต์ เครื่องเสียงรวมถึงจัดกิจกรรมอื่นๆ มากมาย

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดผังพื้นที่ภายใน ชาลเลนเจอร์ 1-3 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งใกล้เคียงกับผังของงานปีที่ผ่านมา

สำหรับพื้นที่รถยนต์ จะมีทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ และขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทรถยนต์ รวมถึงได้ขยายพื้นที่แสดงรถยนต์เพิ่มขึ้น ส่วนบูธอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ยังมีความหลากหลายของสินค้าครอบคลุมทุกกลุ่มเช่นเดิม รวมถึงยังแบ่งเป็นสัดส่วน เช่น อุปกรณ์เกี่ยวเนื่องรถจักรยานยนต์ เครื่องเสียง รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และพื้นที่มอเตอร์สปอร์ท ที่จะเน้นการแสดง และจัดกิจกรรมให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนรถที่จะนำมาแสดง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาให้จองพื้นที่ แบ่งเป็น รถที่นำมาจัดแสดงครั้งแรกในประเทศไทย รถที่นำมาจัดแสดงครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน รถที่นำมาจัดแสดงครั้งแรกในทวีปเอเชีย และรถที่นำมาจัดแสดงครั้งแรกในโลก รวมถึงการนำรถแนวคิด และรถต้นแบบมาจัดแสดง จะได้รับคะแนนและอัตราส่วนลดในการจองพื้นที่ลดหลั่นกัน เนื่องจากรถ 2 ประเภทมีความแตกต่างกัน โดยรถแนวคิด เป็นรถที่วิศวกรคิดค้น และพัฒนาออกแบบขึ้นตามจินตนาการ อาจมีการผลิตจริงในอนาคต หรือไม่ก็ได้ ส่วนรถต้นแบบ เป็นรถที่ออกแบบและพัฒนาจนพร้อมที่จะผลิตออกจำหน่าย

ประธานจัดงานฯ ย้ำว่า การจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ยังคงให้ความยุติธรรม และความเสมอภาคแก่ผู้สนใจทุกราย โดยใช้คะแนนเป็นเกณฑ์ตัดสิน ไม่มีการให้สิทธิพิเศษ และปีนี้จะนำกฎเกณฑ์การหักคะแนนมาใช้เป็นปีแรก โดยบริษัทรถยนต์ที่ไม่นำรถมาแสดงตามที่ระบุในแบบสอบถามในงานปีก่อน จะถูกหักคะแนนของปีนี้ ยกเว้นว่ามีการนำสินค้ามาแสดงทดแทน สาเหตุที่ต้องหักคะแนน เนื่องจากปีที่ผ่านมา แต่ละบริษัทชนะกันเพียง 1-2 คะแนน จึงไม่ต้องการให้เกิดข้อครหาในการจองพื้นที่


MOTOR EXPO 2018 : มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/motorexpo/




4
ประกันสุขภาพสำเร็จรูป iHealthy
ประกันสุขภาพ iHealthy ที่สุดของแผนประกันสุขภาพ คุ้มครอง ครอบคลุมทุกความต้องการ ทุกที่ ทุกเวลา

ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน แบบเหมาจ่ายสูงสุดรวมทุกความคุ้มครอง ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี
ใส่ใจการดูแลรักษาโรคมะเร็ง และโรคไต ด้วยความคุ้มครอง การล้างไต และการทําเคมีและรังสีบําบัด สําหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
ดูแลว่าที่คุณแม่อย่างห่วงใย ด้วยความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสําหรับการตั้งครรภ์ และการคลอดบุตร รวมถึง ภาวะแทรกซ้อนก่อนและหลังการคลอดบุตร พร้อมทั้งค่าหออภิบาลทารกแรกเกิด
ส่งเสริมให้มีการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยความคุ้มครองการตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลรักษาสายตาและทันตกรรม พร้อมทั้งการฉีดวัคซีน
ครอบคลุมทุกความต้องการด้านสุขภาพ ที่ให้ความคุ้มครองการรักษาโดยแพทย์ทางเลือก เช่น ฝังเข็ม ไคโรแพคติก ตามคำแนะนำของแพทย์
ครอบคลุมทุกที่ ทั่วโลก ตามแผนความคุ้มครองที่เลือก ทำให้เข้าถึงทีมแพทย์ชั้นนำได้ทุกมุมโลก
 
iHealthy

ที่สุดของแผนประกันสุขภาพ คุ้มครอง ครอบคลุม

ทุกความต้องการ ทุกที่ ทุกเวลา
ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน แบบเหมาจ่าย สูงสุดรวมทุกความคุ้มครอง ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี
ใส่ใจการดูแลรักษาโรคมะเร็ง และโรคไต ด้วยความ คุ้มครอง การล้างไต และการทำเคมีและรังสีบำบัด สำหรับผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน
ดูแลว่าที่คุณแม่อย่างห่วงใย ด้วยความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล สำหรับการตั้งครรภ์ และการคลอดบุตร รวมถึงภาวะแทรกซ้อน ก่อนและหลังการคลอดบุตร พร้อมทั้งค่าหออภิบาลทารกแรกเกิด
ส่งเสริมให้มีการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยความคุ้มครอง การตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลรักษาสายตาและทันตกรรม พร้อมทั้งการฉีดวัคซีน
ครอบคลุมทุกความต้องการด้านสุขภาพ ที่ให้ความคุ้มครอง การรักษาโดยแพทย์ทางเลือก เช่น ฝังเข็ม ไคโรแพคติก ตามคำแนะนำของแพทย์
ครอบคลุมทุกที่ ทั่วโลก ตามแผนความคุ้มครองที่เลือก ทำให้เข้าถึงทีมแพทย์ชั้นนำได้ทุกมุมโลก

ประกันสุขภาพสำเร็จรูป iHealthy AXA  คลิ๊กที่นี่ https://access.amot.in.th/?affiliate=TkRBeE16UT0

5
มาดูกันว่ามีพฤติกรรมใดบ้าง ที่เจ้าเหมียวกำลังบอกคุณว่ามันกำลังรู้สึกป่วย หรือร่างกายทำงานผิดปกติไปจากเดิม

เพื่อนๆ เคยสังเกตอาการเริ่มแรกก่อนที่เจ้าเหมียวกำลังจะป่วยหรือไม่คะ ว่าก่อนหน้าที่เขาจะป่วยนั้น เขามีพฤติกรรมอะไรแปลกไปบ้างหรือเปล่า ซึ่งพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้อาจเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกเราก็ได้ว่า “เขากำลังรู้สึกป่วยนะ” หากใครกำลังสับสนกับท่าทีของนายทาส ว่าตกลงเขาเป็นอะไรกันแน่ วันนี้เรามีวิธีสังเกตอาการของเจ้าเหมียวแบบง่ายๆ มาฝากค่ะ จะมีอะไรบ้างตามเรามาดูกันเลย

1.อาการไอ หรือหายใจลำบาก
โดยอาการไอและหายใจลำบากนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายโรค เช่น โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ร่างกายขาดน้ำ โรคหอบหืด หรือแม้กระทั่งเนื้องอก ซึ่งถ้าเราได้ยินเสียงน้องแมวหายใจดังผิดปกติ หรือมีจังหวะติดๆ ขัดๆ นั่นหมายถึงอาการที่บ่งบอกแล้วว่าเจ้าเหมียวกำลังจะป่วยหนักอย่างแน่นอน

2.ฉี่เป็นเลือด
หากเจ้าเหมียวมีอาการฉี่เป็นเลือด ซึ่งเป็นอาการที่สามารถพบได้ทั่วไปในลูกแมว แต่นี่ถือว่าเป็นอาการเริ่มแรกของโรคต่างๆ ด้วยเหมือนกันค่ะ อย่างเช่น โรคมะเร็ง ลิ่มเลือดอุดตัน หรือพยาธิ เพื่อความปลอดภัย เมื่อพบเห็นเจ้าเหมียวของเรานั้นฉี่เป็นเลือด ควรรีบพาไปหาหมอโดยทันทีค่ะ เพื่อที่เราจะได้ป้องกัน หรือเตรียมการรักษาได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง

3.ง่วงตลอดเวลา
ถ้าหากเจ้าเหมียวของคุณนั้นนอนเยอะมากกว่าปกติ แถมยังจะไม่ยอมลุกไปเดินเล่น หรือวิ่งเล่นอย่างที่เคยทำในทุกๆ วัน นั่นอาจจะหมายถึงการเป็นโรคต่างๆ ซึ่งสาเหตุก็มาจากหลายโรคด้วยกัน เช่น โรคโลหิตจาง โดยเกิดจากความผิดปกติของระบบต่างภายในร่างกายจนเกิดการบาดเจ็บ ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งได้เลยนะคะ น่ากลัวจริงๆ

4.กินอาหารมาก หรือน้อยกว่าปกติ
เจ้าเหมียวมักจะมีอาการแปลกๆ อย่างเช่น อยากทานอาหารมากกว่าปกติ ซึ่งพฤติกรรมในลักษณะนี้มักมาจากอาการไทรอยด์เป็นพิษ และโรคเบาหวาน แต่ในทางตรงกันข้าม หากเจ้าเหมียวของคุณกินอาหารได้น้อยกว่าปกติ สาเหตุอาจเกิดจากเป็นช่วงระยะเริ่มแรกที่เกิดโรคไตนั่นเอง โดยทั้งนี้คุณควรพาเจ้าเหมียวไปตรวจสุขภาพ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการดังกล่าวจากคุณหมอจะดีที่สุดค่ะ โดยควรให้งดน้ำ และอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ก่อนไปหาคุณหมอด้วยนะคะ


5 พฤติกรรมที่บ่งบอกว่าน้องแมวผิดปกติ คลิ๊กที่นี่ https://www.petcitiz.info/แมว/

6
การดูดซับเสียงหรือการควบคุมเสียงสะท้อน (Sound Absorption) การออกแบบห้องที่ต้องการลดเสียงสะท้อน เช่น ห้องประชุม, โรงละคร, โรงภาพยนตร์, ห้องบรรยาย, ห้องดูหนัง – ฟังเพลง, ห้องคาราโอเกะ

หากมีเสียงสะท้อน หรือเสียงก้องเกิดขี้น จะทำให้ประสิทธิภาพของเสียงที่หูของผู้ฟังได้ยินอาจลดประสิทธิภาพลงไป ดังนั้นต้องออกแบบให้มีวัสดุที่สามารถดูดซับเสียงได้ดี เพื่อป้องกันเสียงที่มากระทบฝ้าเพดาน พื้น ผนัง โดยสามารถดูได้จากค่า NRC ซึ่งเป็นค่าที่ระบุความสามารถการดูดซับเสียงของวัสดุต่าง
วัสดุทุกชนิดสามารถดูดซับเสียงได้ในระดับที่แตกต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงวิ่งกระทบวัสดุ จะมีบางส่วนของพลังงานเสียงถูกดูดซับและที่เหลือจะสะท้อนออกไป และเสียงที่สะท้อนออกไปนั้นจะมีพลังงานน้อยกว่าแหล่งกำเนิดเสียงเสมอ และพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานรูปอื่น โดยทั่วไปจะเป็นความร้อน และจำนวนพลังงานที่ถูกดูดซับเข้าไปจะถูกแสดงในรูปของสัมประสิทธิ์การดูดซับเสียง (Sound Absorption Coefficient) คือค่าที่แสดงความสามารถในการดูดซับเสียงของวัสดุ ถ้าหากใช้วัสดุที่ดูดซับเสียงไม่ดีจะทำให้เกิดเสียงก้องภายในห้องนั้น ๆ ได้ สามารถพิจารณาค่าต่าง ๆ ได้เป็น 2 ลักษณะ คือ

Sound Absorption Coefficient (SAC)
SAC หมายถึงสัตว์ส่วนของพลังงานเสียงที่ถูกดูดซับไปเมื่อชนกระทบ เทียบกับพลังเสียงจากแหล่งกำเนิด ยกตัวอย่าง เช่น มีวัสดุหนึ่งมีค่า SAC 0.85 นั่นก็หมายความว่าพลังเสียง 85% ได้ถูกดูดซับไว้เมื่อเคลื่อนที่ไปชนกับวัสดุนี้ และ 15% ของพลังงานที่เทียบกับแหล่งกำเนิดจะสะท้อนออกมา ค่าการดูดซับเสียงของทุกวัสดุจะแปรผันกับความถี่ของเสียงที่เข้าไปกระทบ ดังนั้นค่าการดูดซับเสียง (SAC) จะถูกวัดที่หลายความถี่คือ 125, 250, 500, 1,000, 2,000 และ 4,000Hz ความถี่เหล่านี้เป็นความถี่ตรงกลางของเสียงที่วิ่งกระทบน้อยมากที่จะมีการใช้ค่า SAC ของเสียงที่ช่วงความถี่เดียวในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม หรือระบุว่าวัสดุใด ๆ มีค่า SAC เป็นเท่าไร ในการออกแบบสถาปัตยกรรมค่า SAC จะเป็นค่าดูดซับเสียงที่ความถี่ที่เจาะจงเท่านั้น


ฉนวนกันเสียงและความรู้เบื้องต้น ACOUSTICS KNOWLEDGE คลิ๊กที่นี่ https://www.noisecontrol.company/

7
คุณสามารถสร้างบ้านได้จากสิ่งของเหลือใช้ เช่น ขวดแก้ว กระป๋อง แผงไข่ ฯลฯ เพียงแค่คุณมีไอเดียสร้างสรรค์

สมัยนี้เราหาซื้อบ้านสวยๆ ได้ง่าย เหมือนเดินเข้าร้านสะดวกซื้อ มีให้เลือกหลายรูปแบบ หลายสไตล์ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีบ้านสุดแปลก แหวกแนว งดงามไม่ซ้ำใคร วันนี้เรามีไอเดียแบบบ้านเก๋ๆ ที่สร้างมาจากขยะให้คุณได้ชมค่ะ จะเลิศเลอขนาดไหน ตามไปดูกันเลย!

1.บ้านขวดแก้ว
การสร้างบ้านด้วยขวดแก้ว จะไม่ใช้ขวดเป็นโครงสร้างโดยตรง แต่ใช้วัสดุอื่นเป็นโครงสร้าง หากใช้ขวดแก้วสร้างเป็นผนังต้องทำให้แข็งแรง มีความหนาเกือบเท่ากับขวดแก้วที่ใช้ โดยมีส่วนปากขวดโผล่ออกมาเท่านั้น ส่วนตัวประสานสามารถดินใช้ ผสมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ปูนเพียงอย่างเดียว เพราะดินมีความยืดหยุ่นดีกว่าปูนซีเมนต์ การก่อขึ้นทรง ควรหนากว่าการก่ออิฐสักเล็กน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขวดที่ใช้งานด้วยค่ะ

2.บ้านแผงไข่
แม้จะเป็นวัสดุสร้างบ้านที่ดูเหมือนไม่ค่อยแข็งแรง น่าจะพังลงได้ง่ายๆ แต่ก็สามารถสร้างใช้งานได้จริง และมีความมั่นคง เพียงคุณนำแผงไข่มาต่อกัน โดยใช้อะไรก็ได้ที่สามารถทำให้แผงไข่ติดกันได้ หากคุณต้องการบ้านขนาดใหญ่ ต้องใช้แผงไข่เป็นจำนวนมากจึงจะออกมาเป็นรูปแบบบ้านในฝันของคุณ แม้แผงไข่จะไม่ค่อยมีความแข็งแรง แต่เมื่อนำมาก่อร่างสร้างตัวเป็นบ้านแล้ว จะมีความแข็งแรงอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าสามารถใช้พักอาศัยได้จริง ที่สำคัญแผงไข่ยังเก็บเสียงรบกวนได้ดีอีกด้วยนะ

3.บ้านจากตู้คอนเทนเนอร์
สำหรับตู้คอนเทนเนอร์ เป็นตู้ไว้สำหรับขนสินค้าซึ่งพบเห็นได้ตามท่าเรือ หรือรถเทรลเลอร์ขนสินค้า ยิ่งใช้งานมากก็ยิ่งเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงเหมาะอย่างมากที่จะนำมาสร้างเป็นบ้าน หรือออฟฟิศ เพียงนำตู้สัก 2 ตู้ มาประกอบเข้าด้วยกัน โดยเว้นตรงกลางไว้ติดกระจก หรือคุณสามารถออกแบบได้ตามใจชอบเลยค่ะ ถึงตู้คอนเทรนเนอร์จะมีราคาแพงหน่อย แต่เมื่อเทียบระยะเวลาในการปลูกบ้าน หรือแม้กระทั่งจำนวนเงินแล้ว ตู้คอนเทรนเนอร์นี่แหละค่ะ คุ้มสุดๆ แถมยังได้บ้านสุดฮิพไม่เหมือนใคร

4.บ้านเศษเหล็ก
เศษเหล็กชิ้นเล็กชิ้นน้อย สามารถนำมาสร้างที่อยู่อาศัยได้ แม้ขั้นตอนการสร้างจะดูค่อนข้างยาก แต่คงไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่อยากได้บ้านสวยเก๋ไม่ซ้ำใคร สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เตรียมเศษเหล็ก หากมีจำนวนเยอะก็ยิ่งดี จะได้ไม่รู้สึกขาดช่วงขณะลงมือสร้าง รวมถึงเรื่องการอกแบบ หากไม่แน่ใจว่าจะสร้างบ้านทรงไหน สไตล์ไหน ลองเสิร์ชรูปจากอากู๋ (google) ไว้ดูเป็นแรงบันดาลใจก่อนก็ได้ค่ะ


มาดู…บ้านชั้นเดียวสุดเจ๋งสร้างจากกองขยะกันเถอะ คลิ๊กที่นี่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

8
วันก่อนล้างกรองบ่อเลี้ยงปลาที่บ้านแล้วพลาดทำกรองน้ำแห้งไป ๒ ชั่วโมงกว่า คิดว่าคงทำแบคทีเรียตายหมด ตอนนี้บ่อเลยเกิดน้ำเขียว/น้ำตาลครับ ปัญหาคือถ้ามันจะเขียวอยู่ตลอดเวลาก็จะได้รู้ว่ามันเขียว แต่บ่อผมนี่ มันเขียวตอนช่วงหัวค่ำจนถึงเช้า ระหว่างวันก็จะค่อยๆ ใสขึ้นเรื่อยๆ จนตอนเย็นหัวค่ำน้ำจะใส และให้ความหวังมากว่ามันหายแล้ว แต่พอเช้าขึ้นมาน้ำก็กลับไปขุ่นเขียว/น้ำตาลอีก คำถามครับ

แพลงตอนพืชหรือสัตว์อะไรที่มีพฤติกรรมแบบที่กล่าวถึงมานี่บ้างครับ? คือผมเข้าใจมาตลอดว่าถ้าน้ำเขียวมันก็เขียวตลอด และจะเขียวหนักในช่วงกลางวันเนื่องจากเป็นช่วงที่มีการสังเคราะห์แสง และเติบโต แต่ที่เกิดในบ่อตอนนี้มันกลายเป็นใสกลางวันขุ่นตอนหัวค่ำ และเช้า ซึ่งเกินความรู้ และความเข้าใจผมไปแล้ว ท่านใดพอจะมีความรู้หรือประสพการณ์รบกวนด้วยครับ เพราะกำลังกลุ้มมาก ไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดี ตอนนี้สิ่งที่ทำคือ

1. เติมเชื้อแบคทีเรีย อัดลงไปแล้วทั้งแบบน้ำ และแบบผง
2. เตรียมน้ำ และล้นน้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ
3. เย็นนี้จะติดหลอด UV ในระบบกรอง

คิดว่าคงจะแก้ปัญหาได้ แต่ก็ยังข้องใจอยู่ดีว่ามันคืออะไร

ข้อมูลบ่อเพิ่มเติมครับ
1. บ่อปูน ปริมาณน้ำประมาณ 5 ตัน แบ่งเป็นบ่อเลี้ยงปลาประมาณ 2.7 ตัน ที่เหลือเป็นระบบกรอง
2. ปลาขนาดประมาณคืบกว่าๆ จำนวน 30 ตัว ก่อนที่จะล้างบ่อกรองแล้วทำแห้งไป ไม่เคยมีปัญหาน้ำเขียวครับ

จจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของไมโครซิสติน ได้แก่ แหล่งน้ำที่มีลมสงบหรือลมพัดอ่อน อุณหภูมิ 15-30 องศา ความเป็นกรดด่าง 6-9 ปริมาณไนเตรทและฟอสเฟตสูง ส่วนใหญ่ได้มาจากการปล่อยน้ำทิ้งจากบ้านและโรงงานอุตสาหกรรม การชะล้างปุ๋ยจากภาคเกษตรกรรม การทิ้งของเสียลงแหล่งน้ำโดยไม่มีการบำบัด ล้วนมีผลทำให้ปริมาณสารอาหารในแหล่งน้ำเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับภูมิอากาศที่ร้อนเหมาะต่อการเจริญของสาหร่าย จึงทำให้สาหร่ายสีน้ำเงินแกมเขียมมีการเจริญมีการเจริญเติบโตดี ปี 39-40 สาหร่ายที่ผลิตสารพิษที่เกิดปัญหาส่วนใหญ่คือ


กำจัดสาหร่าย น้ำเขียว/น้ำตาลในบ่อเลี้ยงปลา คลิ๊กที่นี่ https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/

9
เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

1.The Villa Pub

คลับสุดหรูแห่งย่านเหม่งจ๋าย ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น กว้างขวาง และมีโซนให้ได้เลือกนั่งมากมาย สุขใจไปกับพริตตี้สาวสวยที่จะมารอต้อนรับคุณและเอนเตอร์เทนดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากโคโยตี้สุดเซ็กส์ซี่ที่จะทำให้คุณหัวใจกระชุ่มกระชวยตลอดทั้งคืนแบบแนบชิดติดขอบเวที

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.

2.The Secret

ผับสุดหรูแห่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่จะมีสาวๆ พริตตี้มารอต้อนรับและมอบความสุขให้กับคุณมากถึง 200 คน ภายในร้านมีการแบ่งโซนให้ได้เลือกนั่ง และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีคืนละ 3 วง

นอกจากนี้ยังมีโซนห้องคาราโอเกะ ที่เพียบโซนชิลเอาท์ โอเพ่นแอร์ในสไตล์เรสเทอรองท์ที่มีเมนูอาหารจานเด็ดทั้งอาหารไทย จีน ยุโรป และการแสดงจากวงดนตรีโฟล์คซองที่จะมาเคิมเต็มความสุขให้คุณในทุกๆ คืน

ที่ตั้ง : ถ.เกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.

3.The Pimp

The PIMP คลับสุดหรูที่รอต้อนรับคุณด้วยพริตตี้สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่พร้อมจะกระชากใจในค่ำคืนที่แสนพิเศษ ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามหรูหรา พร้อมเวทีขนาดยักษ์และวงดนตรีระดับเทพที่จะมาบรรเลงเพลงดนตรีเพราะๆ และดื่มด่ำไปกับลีลาการเต้นสุดเร้าใจจากโคโยตี้สาวสวยที่พร้อมจะสะกดให้คุณหลงใหลและสนุกไปด้วยกัน หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังหาสถานที่เช็คอินคืนนี้ต้องไปที่ The PIMP

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 21.00 – 03.00 น.


พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันยามค่ำคืน คลิ๊กที่นี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

10
การดูแลรักษาชักโครก( โถสุขภัณฑ์)
ชักโครก หรือ โถสุขภัณฑ์ เครื่องสุขภัณฑ์ที่คุณไม่อาจจะปฏิเสธการใช้งานได้ ดังนั้น การหมั่นคอยดูแลรักษาให้ชักโครกให้สะอาด คุณก็จะดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ทุกวันนี้ โถสุขภัณฑ์ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มอบความสุขให้แก่ผู้ใช้ ทั้งดีไซน์ และราคาที่หลากหลายแตกต่างกันไป ซึ่งจะมีให้เลือกหลายรูปแบบตั้งแต่กดชำระธรรมดา หรือแบบชำระโดยอัตโนมัติ แบบกดน้ำน้อยหรือมากแล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน

วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ

นอกจากจะเลือกแบบได้ตามความต้องการแล้ว ในแต่ละแบบจะมีวิธีการดูแลรักษาต่างกันเพื่อให้เราใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย สละเวลาสักนิดพิชิตคราบให้ชักโครก การดูแลรักษาชักโครกนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำ เพื่ออนามัยของคุณและครอบครัว

วิธีการดูแลรักษา ชักโครก (โถสุขภัณฑ์)
1.หากชักโครกเป็นคราบดำ ให้ใช้แปรงชุบน้ำยาทำความสะอาดมาขัดจากนั้นแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด คราบดำก็จะหลุดออกมาอย่างง่ายเลยทีเดียว
2.หากชักโครกมีคราบหินปูนฝังแน่น โดยใช้น้ำส้มสายชูประมาณ1-2 แก้วจากนั้นราดให้ทั่ว และราดให้โดนคราบให้ทั่วถึง แล้วทิ้งไว้ประมาณ 15นาที แล้วขัดด้วยสก๊อตไบรท์แบบมีมือจับหรือแปรง ทำแบบนี้ไปสัก3 รอบ จะสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
3.หากชักโครกเป็นคราบปัสสาวะ ให้กดน้ำชักโครก ออก 2-3 ครั้ง จากนั้นใช้น้ำยาซักผ้าขาวเข้มข้นลงไป แล้วขัดด้วยแปรง ทิ้งไว้ 30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอีกครั้งคราบก็จะหายไป
การดูแลรักษาอ่างล้างหน้า
อ่างล้างหน้าถือเป็นจุดที่คนส่วนมากใช้กันอยู่ทุกวัน ซึ่งใช้ไปสักระยะหนึ่งก็จะเกิดคราบได้ง่าย และป็นจุดสังเกตมากที่สุด ดังนั้นหากเกิดคราบสกปรกบริเวรอ่างก็จะทำให้ไม่น่าใช้และเสียเวลาในการทำความสะอาด ดังนั้นเราควรหมั่นทำความสะอาดอ่างล้างหน้าอยู่สม่ำเสมอ

วิธีการดูแลรักษาอ่างล้างหน้า
1.นำผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อย ถูให้ทั่วบริเวณพื้นผิวของอ่าง แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ จากนั้นค่อยล้างด้วยน้ำสะอาด แต่ถ้าอ่างมีคราบหินปูนหรือคราบสนิมเกาะ ให้ใช้แอมโมเนียผสมกับน้ำมะนาว ถูบริเวณคราบดังกล่าว ไม่นานคราบหินปูนและสนิมก็จะหลุดออก
2.การขัดอ่างบ่อยๆจะเป็นผลดีต่อเรามาก เพราะหลายคนอาจคิดว่าการใช้น้ำสะอาดล้างทุกวันหลังใช้งานจะสะอาด แต่จริงๆแล้วภายในอ่างจะมีคราบตกค้างอยู่ยิ่งนานวันยิ่งเกาะตัวกันหนาขึ้น ทำให้อ่างดูสกปรกและต้องใช้แรงขัดทำความสะอาดมากขึ้น ดังนั้นการที่เราขัดอ่างบ่อยๆอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งเพื่อไม่ให้อ่างเกิดคราบหนาแน่นจนทำความสะอาดยาก การทำความสะอาดควรใช้น้ำยาผสมกับน้ำอุ่นเพื่อกำจัดเชื้อโรคในอ่างให้หมดจด
3.ปกป้องอ่างจากรอยขูดขีด เพื่อป้องกันอ่างเกิดรอยขูดขีดจนดูเก่า ให้นำแผ่นพลาสติกเจาะรูพอ ๆ กับรูท่อน้ำทิ้งของอ่าง แล้วนำไปวางติดไว้ที่อ่างล้างหน้า เพื่อลดการเสียดสีและกระแทกระหว่างพื้นอ่างและวัสดุอื่น ๆ นอกจากนี้ก็พยายามอย่าให้สารที่เป็นกรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำสลัด น้ำยาทำความสะอาด ลอยตัวอยู่บนอ่างนานนัก เพราะกรดเหล่านี้อาจจะทำลายพื้นผิวของอ่างให้ผุกร่อน หลุดลอกได้
4. กำจัดคราบฝังแน่นด้วยเบกกิ้งโซดา โดยปกติแล้วอ่างล้างหน้าและอ่างล้างจานมักจะทำมาจากอะคริลิค สเตนเลส และวัสดุที่ค่อนข้างมีพื้นผิวบอบบาง ดังนั้นเราจึงไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดชนิดรุนแรง รวมถึงอย่าใช้วัสดุเนื้อแข็ง เช่น แปรง ขัดทำความสะอาดอ่างด้วย แต่ควรจะใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาล้างจาน ขัดทำความสะอาดแทน ส่วนคราบฝังแน่น แนะนำให้ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำปริมาณเล็กน้อยพอให้มีลักษณะข้นเหนียว แล้วนำไปป้ายบริเวณคราบสกปรก ทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นใช้ฟองน้ำขัดทำความสะอาด และล้างออกด้วยน้ำอีกครั้ง
5.เพิ่มความวาวใสให้อ่างถือเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เพื่อให้อ่างที่สะอาดดูเปล่งประกายวาวใสอยู่เสมอ โดยใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำมัน ที่มีลักษณะแผ่นหนาละใหญ่กว่ากระดาษทิชชู่ธรรมดา ชุปกับสารฟอกขาว(ควรใช้แต่กับอ่างสีขาว)แล้วนำไปแปะไว้ให้ทั่วอ่าง ทิ้งไว้ประมาณ30 นาที แล้วเอากระดาษทิชชู่ออกล้างด้วยน้ำเปล่าอีกรอบ แค่นี้อ่างของคุณทั้งขาวสะอาดและเปล่งประกายวาวใสอีกด้วย
ดังนั้น เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของคนในครอบครัว ย่าลืมทำความสะอาดสุขภัณฑ์ห้องน้ำ ทั้งอ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์ อยู่สม่ำเสมอเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อย่าปล่อยคราบไว้นานเพราะจะทำให้การทำความสะอาดยากยิ่งขึ้น


วิธีดูแลและทำความสะอาด สุขภัณฑ์ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า + โถสุขภัณฑ์  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/

11
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดของ Samsung แน่นอนว่าจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Galaxy Note 9 นั่นเอง หลังจากที่ได้ลองใช้มาราวๆ 2 สัปดาห์ วันนี้ก็จะมารีวิวให้อ่านกันแบบละเอียดๆเลยว่ารุ่นนี้ที่หลายคนอาจจะดูไม่หวือหวา (รวมถึงผมด้วยตอนพรีวิว) แต่ถ้าได้ลองใช้จริงๆจังๆจะเป็นอย่างไร มีอะไรบ้างที่เปลี่ยนมาแล้วว้าว มีอะไรที่ยังคงต้องเพิ่มเข้ามาอีกบ้าง มาอ่านไปพร้อมๆกันเลยครับ

กล่องทรงเดิมเพิ่มเติมคือเน้นที่สีปากกา !

เริ่มต้นกันที่ตัวกล่องกันก่อนเลย รอบนี้ทาง Samsung เลือกใช้ตัวปากกา S Pen เป็นตัวสื่อสีสันของตัวเครื่องอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าสีที่เราได้มาก็คือสีทองงง ! เอ้ยๆ ไม่ใช่สิ ตัวปากกาน่ะสีทองแต่ตัวเครื่องเป็นสีน้ำเงินนะจ๊ะ ซึ่งสีนี้ก็เป็นสีฮีโร่เลยเพราะว่าเป็นสีที่ทาง Samsung ใช้โปรโมทเป็นหลักนี่แหละ

ตัวกล่องยังคงเป็นแบบ 2 ชั้นเหมือนเดิมคือเมื่อเลื่อนปลอกที่มีรูปปากกาออกจะเจอกล่องชั้นในที่ใช้การเปิดจากด้านข้าง ส่วนตัวชอบกล่องแบบนี้มากกว่าแบบที่ต้องดึงกล่องขึ้นจากด้านบนเพราะเปิดได้ง่ายไม่ต้องมาเขย่าๆเอาเนอะ

ตัวอุปกรณ์ที่อยู่ด้านไหนจะวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่เราก็จะลื้อออกมาให้เป็นระเบียบเรียงกันไว้ให้ดูแบบนี้แหละ (แป่ว :P) ซึ่งอุปกรณ์ที่ให้มาทั้งหมดก็มีดังนี้ครับ

ตัวเครื่อง Galaxy Note 9
เคสซิลิโคนใส
สาย USB Type-C
อแดปเตอร์ Adaptive Fast Charge
หูฟัง AKG
USB OTG (USB Type-A to Type-C)
หัวปากกาสำรอง
คู่มือการใช้งาน
เข็มจิ้มถาดซิม

เช่นเดียวกับตอน S9 ครับ ทาง Samsung ให้อุปกรณ์มาตรฐานมาครบพร้อมใช้เลยทั้งหูฟังคุณภาพสูง, USB OTG หรือจะเป็นเคสซิลโคนใสที่มีติดมาให้ตั้งแต่ในกล่องด้วยเลย พร้อมใช้ตั้งแต่แกะกล่องเลยล่ะครับ

อะ...ขอเสริมตรงนี้เล็กน้อยกับการขายของแบบไม่ค่อยเนียน :P สำหรับเพื่อนๆที่กังวลว่าตัวหน้าจออันสวยหรูของ Galaxy Note 9 นี้จะเป็นรอยหรือเกิดอุบัตเหตุ ไม่ต้องห่วง ! เพราะทันทีที่ตัวเครื่องพร้อมขายทาง Focus ก็มีกระจกกันรอบแบบ 3D Full Stick ปกป้องหน้าจอเต็มๆพร้อมเนียนตาไปทั้งด้านหน้า ทัชใช้งานได้ลื่นๆหรือจะใช้คู่กับเคสต่างๆก็ทำได้ด้วยเช่นกัน เรียกว่าใครที่กังวลเรื่องฟิล์มหรือกระจกกันรอยอยู่หายห่วงได้จ้าา


Samsung Galaxy Note 9 เรือธงคู่ปากกาที่ครบเครื่อง คลิ๊กที่นี่ https://www.checkraka.com/mobilephone/%E0%B8%8B%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%B8%E0%B8%87-SAMSUNG-Galaxy-Note-9-128GB-1449713/

12
สำหรับบางท่านที่ชอบใช้ของใหม่อาจจะไม่สนใจ ซื้อคอมพิวเตอร์มือสองมาใช้ แต่ความจริงแล้ว แล้วคอมพิวเตอร์มือสองเหล่านี้ บางครั้งมีประสิทธิภาพพอๆ กับของใหม่ที่กำลังโฆษณาด้วยซ้ำ แถมราคาก็ถูกกว่าเอามากๆ

หากท่านสนใจซื้อโน้ตบุ๊คมือสองมาใช้ เราขอแนะนำวิธีการเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คมือสองง่ายๆ ดังนี้ครับ

1. ปรับความคิดเสียก่อน เพราะยังไงคนส่วนใหญ่ก็ชอบของใหม่ ยิ่งเทคโนโลยีล่าสุดยิ่งน่าดึงดูดใจ แต่จริงๆ แล้วโน้ตบุ๊คมือสองที่ขายกันเมื่อปีที่แล้วหรือต้นปีนี้ มีประสิทธิภาพไม่แพ้รุ่นที่ขายอยู่ขณะนี้เลยทีเดียว ที่สำคัญ ซื้อมือสองยังได้ Windows 7 หรือ Window XP อีกด้วย

2. หาแหล่งขายคอมมือสองราคาถูก ถ้าซื้อจากเว็บไซต์ได้จะดีมาก เพราะราคาถูกกว่าซื้อตามร้านทั่วไปค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น ขอแนะนำให้ซื้อจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เพราะถ้าคอมพิวเตอร์ที่สั่งซื้อเกิดความเสียหาย หรือใช้ไม่ได้ตามที่โพสต์ในเว็บ ผู้ขายจะรับผิดชอบ และมีประกันให้ด้วย

3. เปิดเครื่องดูหน้าจอ เพราะหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของโน้ตบุ๊คคือ จอ ถ้าเปิดเครื่องแล้วพบว่าหน้าจอมีสีเพี้ยน จะเป็นสีม่วงหรือชมพูก็แล้วแต่ อย่าไปซื้อ ต่อให้สภาพเครื่องใหม่แค่ไหน หรือซีพียูแรงยิ่งกว่าอะไรดี ก็ไม่คุ้มที่จะซื้อไปซ่อมจอ เพราะมันแพงมาก

4. ตรวจสภาพภายนอกของเครื่อง ดูว่ามีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน ถ้ามันมีแค่รอยขีดข่วน หรือถลอกบริเวณมุมใดมุมหนึ่งของตัวเครื่อง ก็อย่าไปคิดมาก ตราบใดที่เครื่องยังทำงานได้ดี เรื่องรอยขีดข่วนถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ของใช้งานก็ต้องมีร่องรอยบ้างเป็นธรรมดา


ขายโน๊ตบุ๊คมือสอง : การเลือกซื้อโน๊ตบุ๊คมือสอง คลิ๊กที่นี่ https://www.salenotebooklaptop.com

13
เรียกได้ว่าการ ดูหนัง เป็นกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบกันนะคะไม่ว่าจะนั่งหรือนอนดูอยู่บ้าน หรือเปลี่ยนบรรยากาศไปดูที่โรงภาพยนตร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ให้อรรถรสที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง ภาพที่คมชัด และได้สัมผัสความรู้สึกกันไปคนละแบบ ซึ่งประโยชน์หลักๆ ของการดูหนังก็เพื่อสร้างความบันเทิง เชื่อไหมว่า การดูหนังนั้นยังมีประโยชน์ที่เราจะได้จากการรับชมอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราก็ได้รวบรวมประโยชน์จากการดูหนังมาฝากเพื่อนๆ กันด้วยค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยค่ะ

ประโยชน์ที่คุณได้รับจากการดูหนัง

1.   เอาชนะความเครียดของตัวเองได้

การดูหนังเป็นเครื่องมือที่ใช้บำบัดอาการต่างๆ ได้ โดยเฉพาะความเครียด เมื่อเราได้รับแรงบันดาลใจจากการดูหนัง จะช่วยลดอาการความสับสนวุ่นวายทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทใดก็ตาม ในขณะที่เราจดจ่อกับการดูหนัง ติดตามเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ และก็ฟังดนตรีจากหนังไปด้วยพร้อมกัน จะทำให้เราผ่อนคลายลืมเรื่องความเครียดต่างๆ ไปได้

2.   สร้างความบันเทิงให้กับเรา

เรียกได้ว่าสิ่งที่เราจะได้รับจากการดูหนัง คงหนีไม่พ้นหนังที่สร้างความบันเทิงให้กับคุณและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทไหนก็ให้ความบันเทิงกับเราได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนด้วย เพราะการดูหนังถือเป็นกิจกรรมการพักผ่อนอย่างหนึ่ง เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีหนังมากมายที่สร้างมาเพื่อให้ความบันเทิงเป็นหลัก เช่น หนังแอคชั่น หนังตลก หรือหนังเพลง และยังมีหนังอีกหลายประเภทที่สร้างความบันเทิงให้กับเรา

3.   ได้ประสบการณ์จากการดูหนัง

นอกจากนั้นเรายังจะได้ความรู้ บทเรียน หรือประสบการณ์จากการดูหนังเรื่องนั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น หนังประวัติศาสตร์ หนังชีวประวัติต่างๆ ที่ให้ความรู้ในเรื่องของประวัติศาสตร์แล้ว เรายังได้เรียนรู้ในเรื่องของศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วย รวมไปถึงอาหารการกิน การใช้ชีวิต ความทันสมัยของเทคโนโลยี ไปจนถึงข้อคิดบางอย่างที่เราจะได้รับเช่น ทักษะในการเข้าสังคม หรือแนวคิดวิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ

4.   ฝึกภาษาอังกฤษด้วยการดูหนัง

สำหรับประโยชน์ของข้อนี้ บางคนอาจจะใช้ภาพยนตร์ในการฝึกฝนภาษา หรือศึกษาการใช้ภาษาอังกฤษ ในเรื่องของสำเนียง สำนวนการพูด วิธีการใช้คำ เรียนรู้คำศัพท์แปลกๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อน ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่เฉพาะภาษาอังกฤษเพียงเท่านั้น แต่อาจจะมีภาษาญี่ปุ่น จีน หรือฝรั่งเศส บางครั้งการเรียนรู้ผ่านตัวอักษร อาจจะน่าเบื่อ และไม่น่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คน ดังนั้น การเรียนรู้ผ่านภาพเคลื่อนไหวก็อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากกว่า ที่ทำให้เราได้ความเพลิดเพลินในการเรียนรู้ไปด้วย


ประโยชน์ที่คุณได้รับจากการดูหนังใหม่ๆ โดยไม่รู้ตัว คลิ๊กที่นี่ https://www.potatotechs.com/ดูหนัง/

14
ความอ้วน นี่ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ยิ่งถ้าเห็นของอร่อยดูน่ากินแล้วล่ะก็ ต้องรีบวิ่งเข้าหาอย่างฉับไว และบอกกับตัวเองเสมอว่าเดี๋ยวค่อยลด แต่สำหรับบางคนที่คิดว่าการอดอาหารเป็นทางออกที่ดี ขอบอกเลยว่านั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเลย เป็นการทรมานตัวเองซะเปล่า วันนี้ Parpaikin มีเคล็ดลับการกินที่ทำให้คุณไม่อ้วน โดยที่คุณไม่ต้องอดอาหารมาฝากค่ะ

เคล็ดลับการกินที่ปราศจากความอ้วน
1.โปรตีน
เรียกได้ว่าเป็นสารอาหารสำคัญ มีหน้าที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกายให้มากขึ้น ในกลุ่มคนที่ออกกำลังกาย และกลุ่มคนลดน้ำหนัก ควรได้รับอย่างน้อยไม่เกินวันละ 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เราสามารถหาแหล่งโปรตีนได้จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด และเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน มีปริมาณไขมันน้อย เช่น อกไก่ สันในไก่ เนื้อปลา ไข่ขาว นม เป็นต้น

2.คาร์โบไฮเดรต
เป็นแหล่งพลังงานจำเป็น ต้องได้รับการควบคุม สามารถพบได้ในข้าว แป้ง น้ำตาล ผัก และผลไม้ การรับประทานจะต้องอยู่ในสัดส่วนที่เพียงพอ ไม่มากหรือน้อยเกินไป หากได้รับน้อยเกินไปจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแรง รู้สึกไม่สดชื่น แต่หากได้รับมากเกินไปจะลดประสิทธิภาพของการลดน้ำหนัก ดังนั้น ควรทานในปริมาณน้อยลงมาจากปกติ 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ร่างกายดึงเอาไปใช้เป็นพลังงานได้หมดแบบไม่เหลือเก็บ หากเหลือเก็บไว้ มันจะแปรสภาพสะสมกลายเป็นชั้นไขมันที่เข้าไปอยู่ตามชั้นผิวหนัง หรือตับ โดยเฉพาะหน้าท้อง ทำให้มีขนาดร่างกายขยายใหญ่มากขึ้นนั่นเอง

3.ไขมัน
สำหรับไขมัน เป็นส่วนที่จำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่อยากอ้วน ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าไขมันเป็นสารอาหารต้องห้าม หลีกเลี่ยงกันจนทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ที่เราหวาดกลัวไขมันนั่นเป็นเพราะแหล่งพลังงานแรกที่ร่างกายจะนำไปใช้สำหรับการเผาผลาญมาจากคาร์โบไฮเดรตก่อน เมื่อพลังงานไม่เพียงพอจึงจะดึงเอาไขมันมาใช้ โดยโปรตีนจะเป็นลำดับสุดท้ายที่จะถูกดึงออกมาเมื่อร่างกายเข้าสู่สภาวะขาดสารอาหารอย่างหนัก แต่ไขมันที่เลือกกิน ควรเป็นไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันจากปลา น้ำมันจากพืช และหลีกเลี่ยงไขมันที่มาจากอาหารจำพวกของทอด และไขมันจากเนื้อสัตว์


อาหารลดน้ำหนัก เคล็ดลับกินอย่างไรไม่ให้อ้วน คลิ๊กที่นี่ https://www.parpaikin.com/อาหารลดน้ำหนัก/

15
ใช้บริการ รถรับจ้างขนของ ที่ไหนดี? เพราะในปัจจุบันนี้มีทีมงาน รับจ้างขนของ เป็นจำนวนมาก บางครั้งเราอาจจะมีความรู้สึกว่า รถรับจ้าง จะต้องใหม่ ราคาถูก มีคนยกสินค้าให้ นั่นเป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่อาจจะถูกไม่ 100 % เพราะว่าในการให้บริการของรถขนของ ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง หรือ รถหกล้อรับจ้าง หรือไม่ว่าจะเป็น รถสิบล้อรับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถรับจ้างย้ายบ้าน

รถทุกชนิดที่เข้ามาให้บริการนั้น ย่อมมีสมรรถนะที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจจะสภาพดีหน่อย ซึ่งเป็นรถใหม่ที่พึ่งออกมาให้บริการ บางคันก็อาจมีสภาพที่ผ่านการใช้งานมานานหลาย 10 ปีแล้วซึ่ง แน่นอนว่า รถที่สภาพผ่านการใช้งานมาหลายปี ราคาย่อมที่จะถูกกว่าแน่นอน เพราะว่า

1. ผู้ประกอบการให้บริการมาคุ้มค่ากับค่ารถที่ซื้อไป
2. ค่าเสื่อมราคาหรือจุดคุ้มทุน ไม่ได้สูง และคุ้มทุนเรียบร้อย
3. การแข่งขันต่ำ

ซึ่งทำให้ในบางครั้งที่เราโทรไปสอบถามกับทีมงานให้บริการ รับจ้างขนของ หลายๆที่บางทีอาจจะได้ราคาแพงหรือบางครั้งราคาถูก จะขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัยที่กล่าวมาเบื้องต้นนั่นเอง หรือหากมีปัจจัยอื่นๆเพิ่มก็อาจจะเป็นเพราะว่าบางคันเป็นรถใหม่จะต้องผ่อนใช้งวดรถอยู่ ราคาเลยสูงแต่ข้อดีก็คือ รถใหม่ปัญหาจุกจิกในเรื่องของรถเสียระหว่างทาง แทบจะไม่มี แต่ถ้าเกิดว่าใช้รถเก่าเข้ามาให้บริการเราก็อาจจะต้องกังวลในเรื่องของความสะอาด รถเสียในระหว่างการขนย้ายของเป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรเลือกรถรับจ้างอย่างน้อยก็ต้องเห็น รูปภาพของรถ ที่จะเข้ามาให้บริการแก่เรา ไม่ต้องใหม่หรือเก่ามากจนเกินไปแต่ขอให้อยู่ในสภาพดีดูแล้วผ่านน่าใช้ น่าจะเป็นสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้บริการรถรับจ้างขนของได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

การใช้บริการ รถรับจ้างขนของ ด้วยรถรับจ้างแบบไหนราคาไม่แพง

งานรับจ้างขนของ ทุกวันนี้ มีหลากหลายรูปแบบบางครั้ง มีลูกค้าที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัด ที่อาจจะต้องใช้ รถขนของ เข้ามาให้บริการเนื่องจากว่าไปเที่ยวกันเป็นทีม จึงใช้รถคันหนึ่งเพื่อใช้ในการขนย้ายสินค้าเครื่องใช้ส่วนตัวหรือจะเป็น งานคอนเสิร์ต กองถ่ายละคร ที่อาจจะต้องใช้รถร่วมเข้ามาขนย้ายสินค้า เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์จิปาถะ ที่อยู่ในกองถ่ายละครหรือ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานคอนเสิร์ต รูปแบบหนึ่งที่เรามักจะคุ้นหน้าคุ้นตาเวลาที่เราขับรถไปบนท้องถนนจะเห็นรถให้บริการ รถรับจ้างขนของ ไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง หรือ รถ 6 ล้อรับจ้าง เป็น งานย้ายบ้าน ย้ายสำนักงาน ย้ายเฟอร์นิเจอร์ ย้ายเครื่องจักร หรือขนย้ายอื่นๆอีกมากมาย


การใช้บริการ รถรับจ้างขนของ ด้วยรถรับจ้างแบบไหนราคาไม่แพง คลิ๊กที่นี่ https://www.rodchao.info/รถรับจ้างขนของ/

หน้า: [1] 2 3 ... 23

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.123 วินาที กับ 15 คำสั่ง

กระเป๋า
ข่าวดารา
ข่าวบันเทิง
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี
  บรรยายธรรมอิสลาม
บรรยายศาสนธรรม